Trading Platform Forex

Trading Platform ทำหน้าที่อะไร ?

ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่า Trading Platform หรือแพลตฟอร์มการเทรด นั้นคือซอฟต์แวร์ที่มีหน้าที่หลักคือเป็นเครื่องมือในการดำเนินการธุรกรรมต่างๆ และช่วยผู้เทรดวิเคราะห์ข้อมูลทางการซื้อ-ขาย ในตลาด Forex

MetaTrader ปัจจุบันมี MT4 (MetaTrader 4) และ MT5 (MetaTrader 5) ซึ่งมันคือ Electronic Trading Platform ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยใช้เพื่อการซื้อ-ขายเงินตราระหว่างประเทศและสินค้าประเภท CFDs ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติรัสเซียที่มีชื่อว่า MetaQuotes Software Corp ซึ่งเป็นผู้ออกใบอนุญาตซอฟต์แวร์ MT4 และ MT5 ให้กับโบรกเกอร์และธนาคารทั่วโลก และเมื่อเทคโนโลยีได้มีการพัฒนา MT4 และ MT5 ก็เริ่มมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามา เช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิค และ เครื่องมือกราฟ ทำให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและสามารถนำขึ้นไปอยู่บนเว็บไซต์และอุปกรณ์พกพาอย่าง สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต

MT5 (MetaTrader 5) เป็นการพัฒนาเวอร์ชั่นของโปรแกรม MetaTrader ซึ่งมุ่งแน้นหน้าตาและรูปแบบที่เรียบง่ายเหมือนเวอร์ชั่นเดิม แต่มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานและฟีเจอร์ใหม่ๆเข้าไปมากมาย โดยถึงแม้ว่าจะมาจากผู้พัฒนาเดียวกับ MT4 แต่ผมถือว่าโปรแกรม MT5 ก็เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งเหมือนกันครับ

ถึงแม้จะมีการพัฒนามาเป็น MT5 แล้วแต่ผู้เทรดส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้เวอร์ชั่นเดิมอย่าง MT4 ด้วยปัจจัยหลายๆด้าน เช่น ด้านการใช้งาน ด้านฟังก์ชั่น หรือ ด้านคุณสมบัติบางอย่างที่หายไปใน MT5  

ซึ่งผมได้ทำการเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างทั้งสองเวอร์ชั่น ไว้อยู่ในตารางด้านล่างดังนี้ครับ

หัวข้อ MT4 (Metatrader 4) MT5 (Metatrader 5)
ปีที่เริ่มต้นเผยแพร่
  • เริ่มต้นเผยแพร่ใน 2005
  • ผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่ฝั่งเอเชีย
  • เริ่มเผยแพร่ในปี 2010 และเริ่มได้รับความนิยมในปี 2015
  • ทำมาเพื่อผู้ใช้ที่เป็นชาวอเมริกันโดยเฉพาะ
การติดตั้ง
  • การติดตั้งง่ายและรวดเร็วเพราะมีระบบที่เชื่อมต่อกับโบรกเกอร์โดยตรง
  • คุณจำเป็นต้องมีชื่อใน Server ทั้ง Real (บัญชีเทรดจริง) และ Demo (บัญชีทดลองเทรด)
  • การติดตั้งไม่ง่ายเท่ากับ MT4
  • คุณสามารถเพิ่ม Server Demo เองได้
จำนวนหน้าจอ/Timeframe
  • มี Timeframe ให้คุณเลือก 9 Timeframe
  • สามารถเปิดชาร์ทได้เพียงไม่กี่หน้าจอ ซึ่งถือเป็นข้อเสียของผู้เทรดที่ต้องการดูภาพรวมของหลากหลายคู่สกุลเงิน
  • มี 21 Timeframe เพราะมี Timeframe แบบนาทีถึง 11 แบบ และสามารถเปิดชาร์ท (Chart) ได้ในจำนวนที่ไม่จำกัด
การวิเคราะห์ตามปัจจัยพื้นฐาน
  • ไม่มีการแจ้งเตือนเรื่องข่าวเศรษฐกิจ คุณต้องหาเองจากเว็บไซต์อื่นๆ
  • มีข้อมูลข่าวและรายละเอียดของข่าว และยังสามารถนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับข้อมูลเก่าได้อีกด้วย
Indicator และการวิเคราะห์เชิงวัตถุ
  • มี Indicator ทั้งหมด 30 ตัว
  • มี Indicator ทั้งหมด 38 ตัวและกราฟฟิกอีก 48 ตัว
สินค้า/ผลิตภัณฑ์
  • สินค้าที่นิยมเทรดกันที่สุดคือ Forex
  • สินค้าที่เพิ่มมาคือ หุ้น
การออก Order
  • วางได้ทีละ 2 Order และอีก 4 Pending Order
  • วางได้ทีละ 2 Order , 4 Pending Order และ 2 Stop Order
EA (Expert Advisor)
  • มีโปรแกรม MT4 & Strategy Tester มาพร้อมกับ EA ที่ถูกออกแบบด้วยภาษา MQL และสามารถทำการคอลไพล์ได้อย่างรวดเร็ว
  • มีโปรแกรม MT5 Editor ซึ่งมีการพัฒนา Strategy Tester
  • มีระบบ Strategy Agent Manager เพื่อใช้ปรับแต่ง EA จากภายนอกได้
  • ใช้ภาษา C++ ในการออกแบบ อาจจะทำให้คอมไพล์ได้ช้าลง
โบรกเกอร์
  • โบรกเกอร์ส่วนใหญ่รองรับ MT4
  • โบรกเกอร์ที่รองรับ MT5 ยังมีน้อย
  ทำความรู้จักกับ MetaTrader 4 ทำความรู้จักกับ MetaTrader 5

คุณอาจจะรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงแม้ MT5 ได้มีการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ๆแล้ว แต่ทำไมผู้เทรดส่วนใหญ่ยังเลือกใช้เวอร์ชั่นเดิมอย่าง MT4 อยู่

จริงๆ แล้วมันเป็นเพราะปัจจัยที่ได้อธิบายไปในตอนต้นครับ คือในเรื่องของการใช้งาน และคุณสมบัติที่หายไปนั่นเอง เช่น

  • ไม่สามารถนำ EA (Expert Advisor) ที่ทำงานบน MT4 มาใช้กับ MT5 ได้
    เราไม่สามารถนำโค้ดเดิมที่เราใช้ความพยายามเขียนมันขึ้นมาหรือเสียเงินซื้อมันมาในราคาที่แพง MT4 มาใช้กับ MT5 ได้ เพราะในเวอร์ชั่นใหม่ได้เปลี่ยนการออกแบบจากเดิมที่ใช้ภาษา MQL มาเป็น C++
  • MT5 ไม่สามารถใช้รูปแบบการเทรดแบบ Hedging (วิธีการในการประกันความเสี่ยงของการลงทุน) ได้
    MT5 มีความเข้มงวดด้านกฎระเบียบ ในการทำให้ตัวเองเป็นโปรแกรมมาตรฐานมากขึ้น จึงได้ใช้กฎระเบียบ NFA  ซึ่งทำให้ผู้เทรดไม่สามารถใช้เทคนิด Hedging เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการขาดทุนได้

และ 2 ปัจจัยนี้เองเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้เทรดยังคงไม่เปลี่ยนใจจาก MT4 ครับ