busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
exness
Xm Moto GP2019
รูปแบบกราฟแท่งเทียน

ชาร์ตรูปแบบ Boom and Bust

ตอบ3 อ่าน196
tuinui
24 มกราคม 2019, 17:49:35 น.
ตามชื่อของรูปแบบนี้คือประกอบด้วย 2 ช่วง คือ ช่วง Boom (ตลาดขึ้น) และ ช่วง Bust (ตลาดลง) ซึ่งรูปแบบนี้สามารถบ่งชี้ได้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม หรือหาจุดกลับตัวนั่นเอง

กราฟด้านล่างแสดงถึงรูปแบบ Boom and Bust ที่สมบูรณ์แบบ โดยในช่วงแรกการปรับตัวขึ้นของราคาจะค่อนข้างช้า และหลังจากนั้นราคาค่อยๆ เร่งการแกว่งตัวขึ้น เห็นได้จากความชันของเส้น Trend line ที่ชันขึ้น หลังจากนั้นจะเริ่มมีสัญญาณเชิงลบเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Divergence , Double Top หรืออื่น ๆ และราคาทะลุเส้น Trend line ลงมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจบรอบของภาวะ Boom (ขึ้น) ราคากำลังเปลี่ยนแนวโน้มไปสู่ภาวะ Bust (ลง)

นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆในการแสดงให้เห็นว่ารูปแบบนี้เป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันต่อว่าทำไมรูปแบบนี้ถึงมักใช้การได้ค่อนข้างดี



จิตวิทยาในช่วงขาขึ้น และขาลง

ในช่วงที่ก่อนจะเกิดภาวะฟองสบู่ทั้งครั้ง ตลาดมักจะเริ่มต้นด้วยการค่อยๆปรับตัวขึ้น จนมาถึงช่วงหนึ่งที่เริ่มเร่งอัตราการขึ้นที่เร็วขึ้น จนสุดท้ายลงตลาดพังทลายลงมา โดยในช่วงการลงนั้นจะเห็นได้ว่าจะรวดเร็วกว่าการขึ้น เนื่องจากอารมณ์กลัวรุนแรงกว่าอารมณ์โลภ ทำให้ในช่วงที่ราคาปรับตัวลงนั้น จะลงเร็วกว่าช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น เหตุนี้ทำให้บ่งชี้ได้ว่าเราไม่ควรใช้กลยุทธ์ในการเทรดแบบเดียวกันทั้ง 2 สภาวะตลาด

การวัดภาวะ Boom

ในเบื้องต้นไม่ต้องใช้เส้น Trend line ในการวัด สังเกตจากเส้นค่าเฉลี่ยก่อนเป็นอันดับแรก โดยดูว่าในช่วงที่ราคาที่หนีห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยออกด้านบนค่อนข้างมาก หลังจากนั้นก็ใช้เครื่องมือ Bollinger Bands เป็นดูช่วยกรองอีกทีหนึ่ง เพื่อดูกว่าทิศทางของราคายังคงแข็งแกร่งอยู่หรือไม่ ถ้าราคายังเคลื่อนไหวแถวกรอบบนของ BB ก็แสดงให้เห็นว่า โมเมนตัมของราคายังดีอยู่ แต่ถ้าราคากลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ BB แล้วก็เป็นสัญญาณว่าราคาเริ่มหมดแรง อีกทั้งการใช้ Stochastic ในการประกอบวิเคราะห์ ดูพิจารณาในช่วงที่เส้น %K ลงมาต่ำกว่าระดับ 80 แสดงถึงโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรง



เคล็ดลับการเทรดรูปแบบ Boom and Bust

การเทรดในช่วง Bubble เป็นอะไรที่ค่อนข้างอันตราย การเข้าช้าหรือเร็วไปอาจสร้างความเสียหายอย่างมาก เทรดเดอร์ควรหาช่วงที่ปลอดภัยที่สุดและหลีกเลี่ยงช่วงที่ไม่แน่นอนและไม่สามารถควบคุมได้

# ไม่ควรเทรดในช่วง Big bubbles : รูปแบบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน Time-frames ย่อย ทั้งราย 4 ชั่วโมง และ รายชั่วโมง ส่วนภาพใหญ่อย่างรายวัน หรือรายสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยง

# อย่าไปคาดการณ์การเคลื่อนไหวราคา รอสัญญาณการยืนยัน : การทายการเคลื่อนไหวของราคาเป็นหายนะของเทรดเดอร์เลยทีเดียว เทรดเดอร์ที่ดีควรจะรอสัญญาณการยืนยันที่ชัดเจนก่อนค่อยเข้าไปเทรด

# ใช้เครื่องมือมายืนยัน : Divergences, Double-divergences ,Double tops ,เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Trend lines พวกนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วงยืนยันสัญญาณ

# อย่าถือนาน : พยายามเก็บกำไรให้เร็ว ไม่ควรถือนาน เพราะการลงอาจเป็นเพียงการย่อตัวสั้นๆ ก่อนขึ้นต่อ

ที่มา thaiforexzone.com
แชร์กระทู้นี้
24 มกราคม 2019, 17:49:35 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 2494
ตามชื่อของรูปแบบนี้คือประกอบด้วย 2 ช่วง คือ ช่วง Boom (ตลาดขึ้น) และ ช่วง Bust (ตลาดลง) ซึ่งรูปแบบนี้สามารถบ่งชี้ได้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้ม หรือหาจุดกลับตัวนั่นเอง

กราฟด้านล่างแสดงถึงรูปแบบ Boom and Bust ที่สมบูรณ์แบบ โดยในช่วงแรกการปรับตัวขึ้นของราคาจะค่อนข้างช้า และหลังจากนั้นราคาค่อยๆ เร่งการแกว่งตัวขึ้น เห็นได้จากความชันของเส้น Trend line ที่ชันขึ้น หลังจากนั้นจะเริ่มมีสัญญาณเชิงลบเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Divergence , Double Top หรืออื่น ๆ และราคาทะลุเส้น Trend line ลงมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจบรอบของภาวะ Boom (ขึ้น) ราคากำลังเปลี่ยนแนวโน้มไปสู่ภาวะ Bust (ลง)

นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆในการแสดงให้เห็นว่ารูปแบบนี้เป็นอย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันต่อว่าทำไมรูปแบบนี้ถึงมักใช้การได้ค่อนข้างดี



จิตวิทยาในช่วงขาขึ้น และขาลง

ในช่วงที่ก่อนจะเกิดภาวะฟองสบู่ทั้งครั้ง ตลาดมักจะเริ่มต้นด้วยการค่อยๆปรับตัวขึ้น จนมาถึงช่วงหนึ่งที่เริ่มเร่งอัตราการขึ้นที่เร็วขึ้น จนสุดท้ายลงตลาดพังทลายลงมา โดยในช่วงการลงนั้นจะเห็นได้ว่าจะรวดเร็วกว่าการขึ้น เนื่องจากอารมณ์กลัวรุนแรงกว่าอารมณ์โลภ ทำให้ในช่วงที่ราคาปรับตัวลงนั้น จะลงเร็วกว่าช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น เหตุนี้ทำให้บ่งชี้ได้ว่าเราไม่ควรใช้กลยุทธ์ในการเทรดแบบเดียวกันทั้ง 2 สภาวะตลาด

การวัดภาวะ Boom

ในเบื้องต้นไม่ต้องใช้เส้น Trend line ในการวัด สังเกตจากเส้นค่าเฉลี่ยก่อนเป็นอันดับแรก โดยดูว่าในช่วงที่ราคาที่หนีห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยออกด้านบนค่อนข้างมาก หลังจากนั้นก็ใช้เครื่องมือ Bollinger Bands เป็นดูช่วยกรองอีกทีหนึ่ง เพื่อดูกว่าทิศทางของราคายังคงแข็งแกร่งอยู่หรือไม่ ถ้าราคายังเคลื่อนไหวแถวกรอบบนของ BB ก็แสดงให้เห็นว่า โมเมนตัมของราคายังดีอยู่ แต่ถ้าราคากลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ BB แล้วก็เป็นสัญญาณว่าราคาเริ่มหมดแรง อีกทั้งการใช้ Stochastic ในการประกอบวิเคราะห์ ดูพิจารณาในช่วงที่เส้น %K ลงมาต่ำกว่าระดับ 80 แสดงถึงโมเมนตัมเริ่มอ่อนแรง



เคล็ดลับการเทรดรูปแบบ Boom and Bust

การเทรดในช่วง Bubble เป็นอะไรที่ค่อนข้างอันตราย การเข้าช้าหรือเร็วไปอาจสร้างความเสียหายอย่างมาก เทรดเดอร์ควรหาช่วงที่ปลอดภัยที่สุดและหลีกเลี่ยงช่วงที่ไม่แน่นอนและไม่สามารถควบคุมได้

# ไม่ควรเทรดในช่วง Big bubbles : รูปแบบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน Time-frames ย่อย ทั้งราย 4 ชั่วโมง และ รายชั่วโมง ส่วนภาพใหญ่อย่างรายวัน หรือรายสัปดาห์ควรหลีกเลี่ยง

# อย่าไปคาดการณ์การเคลื่อนไหวราคา รอสัญญาณการยืนยัน : การทายการเคลื่อนไหวของราคาเป็นหายนะของเทรดเดอร์เลยทีเดียว เทรดเดอร์ที่ดีควรจะรอสัญญาณการยืนยันที่ชัดเจนก่อนค่อยเข้าไปเทรด

# ใช้เครื่องมือมายืนยัน : Divergences, Double-divergences ,Double tops ,เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Trend lines พวกนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วงยืนยันสัญญาณ

# อย่าถือนาน : พยายามเก็บกำไรให้เร็ว ไม่ควรถือนาน เพราะการลงอาจเป็นเพียงการย่อตัวสั้นๆ ก่อนขึ้นต่อ

ที่มา thaiforexzone.com
แชร์กระทู้นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มกราคม 2019, 18:36:38 น. โดย tuinui »
avatar
24 มกราคม 2019, 20:21:33 น.
แจ่มครับ 
พอร์ตบวก กระจาย
24 มกราคม 2019, 20:21:33 น.
avatar Sr. Member กระทู้: 348
แจ่มครับ 
พอร์ตบวก กระจาย
tay
24 มกราคม 2019, 21:22:57 น.
ขอบคุณครับ
24 มกราคม 2019, 21:22:57 น.
tay Hero Member กระทู้: 675
ขอบคุณครับ
dukdik
24 มกราคม 2019, 21:29:14 น.
ขอบคุณครับ
24 มกราคม 2019, 21:29:14 น.
dukdik Hero Member กระทู้: 2706
ขอบคุณครับ
1

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS