busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
busforex
busforex
ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

'สี จิ้นผิง'ปลุกเอเชีย ผนึกกำลังต้าน'กีดกันการค้า’

ตอบ0 อ่าน13
RabbitFX
18 พฤษภาคม 2019, 10:44:52 น.
หลังจากสหรัฐและจีนตอบโต้กันด้วยมาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ได้ไม่นาน ผู้นำจีนและผู้นำสหรัฐต่างเห็นพ้องให้คณะผู้แทนเจรจาการค้าของทั้ง2ฝ่ายหารือกรณีพิพาทการค้าระหว่างกันต่อไป ที่กรุงปักกิ่งท่ามกลางความหวังของทั่วโลก

ว่าการเจรจาการค้าที่ปักกิ่งจะจบลงด้วยการลงนามข้อตกลงการค้าร่วมกัน แต่กว่า จะถึงวันนั้นมาดูกันว่าทั้งจีนและสหรัฐเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อรับมือกับความขัดแย้งด้านการค้าที่เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ประเทศต่างๆในเอเชียผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ในขณะที่จีนถูกรุมเร้าไปด้วยสงครามการตอบโต้ที่ดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆจากสหรัฐ โดยผู้นำจีนกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม ว่าด้วย การเจรจาอารยธรรมแห่งเอเชีย ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และผู้แทนรัฐบาลกว่า 2,000 คนในสาขาวัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว จากประเทศต่างๆ 50 ประเทศในเอเชีย และประเทศที่ได้รับเชิญได้เข้าร่วมการประชุมที่จะจัดไปจนถึงเดือนส.ค.นี้ ว่า ประชาชนในเอเชียต่างต้องการให้เอเชียเปิดกว้างและเป็นหนึ่งเดียวกัน จีนจึงหวังว่า ประเทศต่างๆจะร่วมกันสร้างชุมชนแห่งเอเชียเพื่ออนาคตที่มีร่วมกันและเพื่อมวลมนุษยชาติ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี ยังย้ำถึงจิตวิญญาณของการเปิดกว้าง การส่งเสริมการค้า และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านการเงิน พร้อมทั้งระบุว่า ความพยายามที่จะเปลี่ยนโฉมความเจริญของประเทศอื่นและความคิดที่ว่า ความเจริญของตนเองเหนือกว่าประเทศอื่น เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก

คำกล่าวนี้ของนายสี หมายถึงสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผลักดันจีนเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินการทางการเมืองและธุรกิจที่สหรัฐมองว่าไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแค่ประธานาธิบดีสีเท่านั้น ที่ใช้เวทีประชุมนานาชาติส่งสารถึงสหรัฐ สื่อของทางการจีนรายใหญ่ๆ ล้วนแสดง ความมั่นใจว่า จีนจะรอดพ้นจากการทำสงคราม การค้ากับสหรัฐ และพากันวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐ ครั้งใหม่ หลังจากที่สื่อจีนไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสงครามการค้ามาระยะหนึ่งแล้ว

บทบรรณาธิการและบทความแสดงความเห็นตามสื่อทางการจีนใช้ภาษาแข็งกร้าวและ สะท้อนถึงความเป็นชาตินิยม โดยให้ความมั่นใจ กับคนในประเทศว่า เศรษฐกิจจีนจะสามารถฝ่าฟันปัญหาเรื่องภาษีที่ถูกประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 25% ได้ สำนักข่าวซินหัวและหนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี ลงบทบรรณาธิการใช้คำรุนแรงว่า สหรัฐต่อสู้เพื่อความละโมบและโอหัง แต่จีนต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิ และผลประโยชน์อันชอบธรรม สงครามการค้าในสหรัฐ เป็นฝีมือของคนคนเดียวและรัฐบาลของเขาที่โน้มน้าวคนทั้งประเทศ ขณะที่จีนและชาวจีนกำลังถูกคุกคามทั้งประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเหมือนสงครามของประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้ประกาศข่าวภาคค่ำของสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวีอ่านถ้อยแถลงในช่วงไพรม์ไทม์ว่า จีนจะสู้เพื่อโลกใหม่ และไม่มีสิ่งใดที่จีนไม่เคยประสบมาก่อนในประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศ พร้อมทั้งยกคำพูดของประธานาธิบดีสีที่เคยกล่าวไว้ว่า เศรษฐกิจจีนกว้างใหญ่เหมือนทะเล ไม่ใช่สระขนาดเล็ก พายุฝนอาจทำลายสระขนาดเล็กได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรทะเลได้ และต่อให้เกิดพายุฝนนับครั้งไม่ถ้วน ทะเลก็ยังคงเป็นทะเลตลอดไป

ขณะที่นายโจคิม แลงก์ ผู้อำนวยการสมาพันธ์อุตสาหกรรมเยอรมัน (บีดีไอ) เตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ระหว่างสหรัฐและจีนกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และว่าความขัดแย้งทางการค้า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทยุโรป ซึ่งมี โรงงานผลิตอยู่ในสหรัฐ และจีน ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐขู่เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากทั่วโลก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับเยอรมนีอย่างมาก ซึ่งนายแลงก์เห็นว่า ความขัดแย้งด้านการค้า ที่ขยายตัว จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและ เศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐ

"การเก็บภาษีศุลกากรโดยมีประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติมาบังหน้านั้น จะสร้าง ความเสียหายต่อสหรัฐและพันธมิตรนาโต โดยไม่มีเหตุผลทั้งแง่ของนโยบายความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ" นายแลงก์ กล่าว

นายโฮลเกอร์ บิงแมนน์ ประธานสมาคม ค้าส่ง การค้าและการบริการต่างประเทศเยอรมนี ก็เตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าเป็นอันตราย อย่างมากสำหรับเศรษฐกิจโลกงานจำนวนมากและความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของเยอรมนี จะขึ้นอยู่กับการที่บริษัทของเยอรมนีสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสำคัญทางการเมืองสูงสุดก็คือ การฟื้นฟู กรอบการทำงานที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ สำหรับการซื้อสินค้าและบริการทั่วโลก

'ทรัมป์'เตรียมห้ามภาคธุรกิจใช้อุปกรณ์'หัวเว่ย’

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ สหรัฐ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ จะลงนามคำสั่งบริหารภายในสัปดาห์นี้ ห้ามบริษัทอเมริกันใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ย เทคโนโลยี บริษัทโทรคมนาคมของจีน เพราะเป็นภัยด้านความมั่นคงแห่งชาติ ปูทางไปสู่การห้ามทำธุรกิจกับหัวเว่ยต่อไป

แหล่งข่าวเผยว่า คำสั่งบริหารจะไม่ระบุชื่อประเทศหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ ประธานาธิบดีพิจารณาเรื่องนี้มานานกว่าปีแล้วแต่ได้ชะลอออกไปหลายครั้ง คำสั่ง นี้จะทำให้สามารถใช้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินสากลที่ให้ประธานาธิบดีกำกับดูแลการพาณิชย์ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินระดับประเทศที่เป็นภัยต่อสหรัฐ และจะสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ร่างแผนเพื่อการบังคับใช้

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่า อุปกรณ์ของหัวเว่ย ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่อันดับสามของโลกอาจถูกทางการจีนใช้เป็นช่องทางจารกรรม และพยายามโน้มน้าวประเทศอื่นห้ามใช้อุปกรณ์หัวเว่ยวางเครือข่าย 5 จี (5จี) โดยระบุว่าไม่น่าไว้ใจ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามร่างกฎหมายห้ามหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐใช้อุปกรณ์ หัวเว่ยและแซดทีอี บริษัทจีนอีกแห่งไปตั้งแต่เดือนส.ค.ปีก่อน ซึ่งหากทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารในสัปดาห์นี้จริง จะส่งผลให้หัวเว่ย ไม่สามารถดำเนินธุรกิจเครือข่ายในสหรัฐได้ทั้งหมด

คณะกรรมาธิการการสื่อสารสหรัฐลงมติเมื่อเดือนเม.ย.ปีก่อนเห็นชอบให้ยื่นข้อเสนอห้ามนำงบรัฐบาลไปจัดซื้ออุปกรณ์หรือบริการของบริษัทที่เป็นภัยความมั่นคงต่อเครือข่ายการสื่อสารสหรัฐ คณะกรรมาธิการกำลังรอให้กระทรวงพาณิชย์ให้ความเห็นว่า จะกำหนดรายชื่อบริษัทที่ต้องอยู่ในข่ายข้อเสนอ ดังกล่าวอย่างไร

ด้านนายเหลียง หัว ประธานบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทาง เยือนอังกฤษ ในช่วงที่อังกฤษกำลังหารือว่าจะเปิดทางให้หัวเว่ยมีส่วนร่วมในการพัฒนาเครือข่าย5จีในอังกฤษหรือไม่ระบุว่า หัวเว่ยพร้อมจะลงนามข้อตกลงรับประกันไม่จารกรรมข้อมูลกับรัฐบาลอังกฤษเพื่อผูกมัดตัวเองและอุปกรณ์ของหัวเว่ยเข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยว่าจะไม่มีการจารกรรมข้อมูล หรือเปิดช่องให้มีการจารกรรมข้อมูลผ่านเครือข่ายของหัวเว่ย อย่างที่ถูกกล่าวหา
แชร์กระทู้นี้
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1031
หลังจากสหรัฐและจีนตอบโต้กันด้วยมาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ได้ไม่นาน ผู้นำจีนและผู้นำสหรัฐต่างเห็นพ้องให้คณะผู้แทนเจรจาการค้าของทั้ง2ฝ่ายหารือกรณีพิพาทการค้าระหว่างกันต่อไป ที่กรุงปักกิ่งท่ามกลางความหวังของทั่วโลก

ว่าการเจรจาการค้าที่ปักกิ่งจะจบลงด้วยการลงนามข้อตกลงการค้าร่วมกัน แต่กว่า จะถึงวันนั้นมาดูกันว่าทั้งจีนและสหรัฐเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อรับมือกับความขัดแย้งด้านการค้าที่เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ประเทศต่างๆในเอเชียผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวกัน ในขณะที่จีนถูกรุมเร้าไปด้วยสงครามการตอบโต้ที่ดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆจากสหรัฐ โดยผู้นำจีนกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม ว่าด้วย การเจรจาอารยธรรมแห่งเอเชีย ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และผู้แทนรัฐบาลกว่า 2,000 คนในสาขาวัฒนธรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว จากประเทศต่างๆ 50 ประเทศในเอเชีย และประเทศที่ได้รับเชิญได้เข้าร่วมการประชุมที่จะจัดไปจนถึงเดือนส.ค.นี้ ว่า ประชาชนในเอเชียต่างต้องการให้เอเชียเปิดกว้างและเป็นหนึ่งเดียวกัน จีนจึงหวังว่า ประเทศต่างๆจะร่วมกันสร้างชุมชนแห่งเอเชียเพื่ออนาคตที่มีร่วมกันและเพื่อมวลมนุษยชาติ

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี ยังย้ำถึงจิตวิญญาณของการเปิดกว้าง การส่งเสริมการค้า และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้านการเงิน พร้อมทั้งระบุว่า ความพยายามที่จะเปลี่ยนโฉมความเจริญของประเทศอื่นและความคิดที่ว่า ความเจริญของตนเองเหนือกว่าประเทศอื่น เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนัก

คำกล่าวนี้ของนายสี หมายถึงสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผลักดันจีนเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินการทางการเมืองและธุรกิจที่สหรัฐมองว่าไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแค่ประธานาธิบดีสีเท่านั้น ที่ใช้เวทีประชุมนานาชาติส่งสารถึงสหรัฐ สื่อของทางการจีนรายใหญ่ๆ ล้วนแสดง ความมั่นใจว่า จีนจะรอดพ้นจากการทำสงคราม การค้ากับสหรัฐ และพากันวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐ ครั้งใหม่ หลังจากที่สื่อจีนไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสงครามการค้ามาระยะหนึ่งแล้ว

บทบรรณาธิการและบทความแสดงความเห็นตามสื่อทางการจีนใช้ภาษาแข็งกร้าวและ สะท้อนถึงความเป็นชาตินิยม โดยให้ความมั่นใจ กับคนในประเทศว่า เศรษฐกิจจีนจะสามารถฝ่าฟันปัญหาเรื่องภาษีที่ถูกประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 25% ได้ สำนักข่าวซินหัวและหนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี ลงบทบรรณาธิการใช้คำรุนแรงว่า สหรัฐต่อสู้เพื่อความละโมบและโอหัง แต่จีนต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิ และผลประโยชน์อันชอบธรรม สงครามการค้าในสหรัฐ เป็นฝีมือของคนคนเดียวและรัฐบาลของเขาที่โน้มน้าวคนทั้งประเทศ ขณะที่จีนและชาวจีนกำลังถูกคุกคามทั้งประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเหมือนสงครามของประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้ประกาศข่าวภาคค่ำของสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวีอ่านถ้อยแถลงในช่วงไพรม์ไทม์ว่า จีนจะสู้เพื่อโลกใหม่ และไม่มีสิ่งใดที่จีนไม่เคยประสบมาก่อนในประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศ พร้อมทั้งยกคำพูดของประธานาธิบดีสีที่เคยกล่าวไว้ว่า เศรษฐกิจจีนกว้างใหญ่เหมือนทะเล ไม่ใช่สระขนาดเล็ก พายุฝนอาจทำลายสระขนาดเล็กได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรทะเลได้ และต่อให้เกิดพายุฝนนับครั้งไม่ถ้วน ทะเลก็ยังคงเป็นทะเลตลอดไป

ขณะที่นายโจคิม แลงก์ ผู้อำนวยการสมาพันธ์อุตสาหกรรมเยอรมัน (บีดีไอ) เตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ระหว่างสหรัฐและจีนกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และว่าความขัดแย้งทางการค้า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทยุโรป ซึ่งมี โรงงานผลิตอยู่ในสหรัฐ และจีน ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐขู่เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากทั่วโลก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับเยอรมนีอย่างมาก ซึ่งนายแลงก์เห็นว่า ความขัดแย้งด้านการค้า ที่ขยายตัว จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและ เศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐ

"การเก็บภาษีศุลกากรโดยมีประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติมาบังหน้านั้น จะสร้าง ความเสียหายต่อสหรัฐและพันธมิตรนาโต โดยไม่มีเหตุผลทั้งแง่ของนโยบายความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ" นายแลงก์ กล่าว

นายโฮลเกอร์ บิงแมนน์ ประธานสมาคม ค้าส่ง การค้าและการบริการต่างประเทศเยอรมนี ก็เตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าเป็นอันตราย อย่างมากสำหรับเศรษฐกิจโลกงานจำนวนมากและความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของเยอรมนี จะขึ้นอยู่กับการที่บริษัทของเยอรมนีสามารถเข้าถึงตลาดทั่วโลก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ความสำคัญทางการเมืองสูงสุดก็คือ การฟื้นฟู กรอบการทำงานที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ สำหรับการซื้อสินค้าและบริการทั่วโลก

'ทรัมป์'เตรียมห้ามภาคธุรกิจใช้อุปกรณ์'หัวเว่ย’

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ สหรัฐ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ จะลงนามคำสั่งบริหารภายในสัปดาห์นี้ ห้ามบริษัทอเมริกันใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ย เทคโนโลยี บริษัทโทรคมนาคมของจีน เพราะเป็นภัยด้านความมั่นคงแห่งชาติ ปูทางไปสู่การห้ามทำธุรกิจกับหัวเว่ยต่อไป

แหล่งข่าวเผยว่า คำสั่งบริหารจะไม่ระบุชื่อประเทศหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ ประธานาธิบดีพิจารณาเรื่องนี้มานานกว่าปีแล้วแต่ได้ชะลอออกไปหลายครั้ง คำสั่ง นี้จะทำให้สามารถใช้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินสากลที่ให้ประธานาธิบดีกำกับดูแลการพาณิชย์ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินระดับประเทศที่เป็นภัยต่อสหรัฐ และจะสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ร่างแผนเพื่อการบังคับใช้

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่า อุปกรณ์ของหัวเว่ย ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหญ่อันดับสามของโลกอาจถูกทางการจีนใช้เป็นช่องทางจารกรรม และพยายามโน้มน้าวประเทศอื่นห้ามใช้อุปกรณ์หัวเว่ยวางเครือข่าย 5 จี (5จี) โดยระบุว่าไม่น่าไว้ใจ และประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามร่างกฎหมายห้ามหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐใช้อุปกรณ์ หัวเว่ยและแซดทีอี บริษัทจีนอีกแห่งไปตั้งแต่เดือนส.ค.ปีก่อน ซึ่งหากทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารในสัปดาห์นี้จริง จะส่งผลให้หัวเว่ย ไม่สามารถดำเนินธุรกิจเครือข่ายในสหรัฐได้ทั้งหมด

คณะกรรมาธิการการสื่อสารสหรัฐลงมติเมื่อเดือนเม.ย.ปีก่อนเห็นชอบให้ยื่นข้อเสนอห้ามนำงบรัฐบาลไปจัดซื้ออุปกรณ์หรือบริการของบริษัทที่เป็นภัยความมั่นคงต่อเครือข่ายการสื่อสารสหรัฐ คณะกรรมาธิการกำลังรอให้กระทรวงพาณิชย์ให้ความเห็นว่า จะกำหนดรายชื่อบริษัทที่ต้องอยู่ในข่ายข้อเสนอ ดังกล่าวอย่างไร

ด้านนายเหลียง หัว ประธานบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทาง เยือนอังกฤษ ในช่วงที่อังกฤษกำลังหารือว่าจะเปิดทางให้หัวเว่ยมีส่วนร่วมในการพัฒนาเครือข่าย5จีในอังกฤษหรือไม่ระบุว่า หัวเว่ยพร้อมจะลงนามข้อตกลงรับประกันไม่จารกรรมข้อมูลกับรัฐบาลอังกฤษเพื่อผูกมัดตัวเองและอุปกรณ์ของหัวเว่ยเข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยว่าจะไม่มีการจารกรรมข้อมูล หรือเปิดช่องให้มีการจารกรรมข้อมูลผ่านเครือข่ายของหัวเว่ย อย่างที่ถูกกล่าวหา
แชร์กระทู้นี้
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
1

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS