busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
busforex
busforex
พูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป

เรื่องลวงของ PASSIVE INCOME ที่หลายคนยังถูกหลอก

ตอบ2 อ่าน45
BabyFx
20 พฤษภาคม 2019, 10:49:08 น.
1) PASSIVE INCOME เป็นเรื่องง่ายๆ

จะว่าไปข้อนี้ก็มีถูกอยู่บ้าง เพราะอย่าง Passive Income ที่ได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมาก ก็มีนะ อย่าง “เงินฝาก” ยังไงล่ะ แค่วางเงินไว้ก็ได้ดอกเบี้ยแล้ว แต่ถือว่าเป็น passive income ที่น้อยมาก จนหลายคนไม่อยากนับรวม

โลกนี้ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถมนุษย์ แต่ก็ไม่มีอะไรง่ายหรือหมู จนไม่ต้องมีความรู้ความเข้าใจอะไรเลยแล้วจะได้มันมาง่ายๆ (ไม่งั้นก็รวยกันหมดแล้วสิ) ไม่เชื่อก็ดูรายชื่อทรัพย์สินอื่นๆ ที่ให้ Passive Income สิ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินทางปัญญา หุ้น เหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและการลงทุนลงแรงทั้งสิ้น

ดังนั้น ถ้าอยากได้รายได้จากทรัพย์สิน สิ่งแรกที่ต้องคิดไว้ก่อนเลยก็คือ มันต้องลงทุนเวลาในการศึกษาหาความรู้ให้มาก อีกทั้งยังต้องลงมือทำลงมือปฏิบัติให้มากด้วย มันถึงจะเกิดผลและเป็น Passive Incomeขึ้นมาได้

อย่าเผลอไปหลงเชื่อการลงทุนหรือธุรกิจหลอกลวง ที่บอกว่าแค่วางเงินไว้ แล้วการันตีผลตอบแทนสูงๆ

2) มี PASSIVE INCOME แล้วสบาย ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินทุกเดือน

อันนี้ตลก และรู้เลยว่าคนที่พูดไม่ได้มี Passive Income จริง ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะธุรกิจ บ้านเช่า หุ้น หรือลิขสิทธิ์หนังสือ คนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ ต่างก็ยังต้องทำงานด้วยกันทั้งนั้นครับ

มีธุรกิจ … แม้จะให้ลูกจ้าง หรือ Outsource ทำงานให้ ก็ยังต้องแบ่งเวลามาบริหารจัดการ พบปะลูกค้า แก้ไขปัญหาสำคัญๆ ฯลฯ

มีบ้านเช่า … ก็ต้องคอยเก็บตังค์ ผู้เช่ามีปัญหาก็ต้องคอยจัดการให้ หรือถ้าย้ายออก ก็ได้ปรับปรุงปรับแต่งห้องกันยกใหญ่

มีลิขสิทธิ์ … ก็ต้องคอยบริหารลิขสิทธิ์และผลประโยชน์ตัวเอง

หรือถ้ามีหุ้น … ก็ต้องคอยจัด คอยปรับพอร์ต เพิ่มหุ้น ลดหุ้น เพิ่มลดสัดส่วนการลงทุน อีกจิปาถะ

ดังนั้น มี Passive Income แล้วไม่ต้องทำงานเลย ก็คงไม่ใช่ ยังต้องทำงานอยู่ เพียงแต่ทำน้อยลงไปเยอะ และจัดสรรเวลาได้มากขึ้น (เพราะทรัพย์สินช่วยผ่อนแรงทำงานแทน)

อย่าเผลอเอานิสัยขี้เกียจและรักสบายออกนอกหน้า ระวังจะถูกพวกสิบแปดมงกุฎหลอกกินเงินเอาง่ายๆ ครับ

3) ทรัพย์สินที่ให้ PASSIVE INCOME จะทำเงินให้เราไปตลอดชาติ

สิ่งที่คนไม่เคยมี Passive Income ยังไม่รู้และไม่เข้าใจ ก็คือ ทรัพย์สินใดๆ ในโลกล้วน DYNAMIC นั่นคือ มีขึ้น มีลง มีเติบโต มีตกต่ำ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยกันทั้งหมดทั้งปวง (สาธุ)

ธุรกิจที่เคยทำเงิน วันหนึ่งก็กลายเป็นธุรกิจที่ล่มสลายได้ (ลองดูการตกต่ำและจากไปของโกดัก โนเกีย และแบล็คเบอรี่ เป็นตัวอย่าง)

บ้านเช่าที่เคยมีคนอยู่อาศัยไม่เคยขาด วันหนึ่งก็อาจร้าง ไม่มีผู้เช่าได้เหมือนกัน

ลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ ที่เคยได้รับความนิยม วันหนึ่งก็มีคนลืม ไม่ซื้อ ไม่โหลด

หุ้นที่เคยปันผล วันหนึ่งก็อาจกิจการไม่ดี ไม่ทำกำไร เมื่อไม่ทำกำไรจะเอาเงินที่ไหนมาปันผลละครับพี่

ไม่มีอะไรที่ทำครั้งเดียวแล้วสบายไปตลอดชาติหรอก มันมีเกิดขึ้นตั้งอยู่ และดับไปเสมอ ดังนั้นอย่าเผลอติดกับดักโง่ๆ แบบนี้ การรู้เท่าทันในทรัพย์สินที่เราลงทุนและความรู้ทางการเงินต่างหาก คือ สิ่งที่ช่วยให้เรามั่งคั่งและมั่นคงได้จริง

4) PASSIVE INCOME ดีกว่า ACTIVE INCOME

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบเถียงกัน พาลกันไปถึงเรื่องที่ว่าเป็นพนักงานประจำนั้นไม่ดี เพราะเงินเดือนน้อย แถมยังเป็นรายได้ที่มาจากการทำงานเสียด้วย (Active Income) เลยยิ่งดูเลวร้ายไปกันใหญ่

จากเหตุผลของความ Dynamic ของทรัพย์สินตามที่ได้อธิบายแล้วในข้อ 3 ดังนั้น ปัญหามันจึงไม่ได้อยู่ที่รายได้แบบไหนดีกว่า ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า …

“คุณมีรายได้หลายทางหรือเปล่า และรายได้หลายทางที่ว่านั้น ผสมผสานทั้ง Active และ Passive หรือไม่”

เพราะถ้ามีแต่ Active Income ก็ต้องเหนื่อยไปตลอด แต่ถ้ามี Passive Income แค่แหล่งเดียว มันก็หมด ก็หายได้เหมือนกัน

โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังชอบ Active Income อยู่นะ เพราะแม้มันจะเหนื่อยสักหน่อย แต่ก็ให้คุณค่า และความรู้สึกที่ดีในการได้ทำงาน ยิ่งถ้าทำงานท่ี่รัก ที่ชอบ และที่เลือกเองแล้วด้วยล่ะก็ แจ่มไปกันใหญ่เลยส่วน Passive Income ผมชอบที่มันช่วยผ่อนแรง ช่วยลดความกังวลทางการเงิน ทำให้เรามีเวลามากขึ้น และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น

ดังนั้น ถ้าจะให้ Money Coach แนะนำว่าคนเราควรเลือกอะไรดี ระหว่าง Active กับ Passive Income คำตอบที่จะตอบก็คือ …

“ทำอะไรที่สนุกแล้วได้ตังค์ กูเอาหมดครับ” 555

5) มี PASSIVE INCOME แล้วจะมีอิสรภาพทางการเงิน

อันนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดเชิงเทคนิคอย่างมาก ต้องบอกเลยว่ามี Passive Income มากแค่ไหน ก็มีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่รู้จัก

“พอ”

จริงอยู่ว่าการมีรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่ายรวม อาจทำให้คุณหมดกังวลเรื่องเงินๆ ทองๆ แต่มันยังอาจทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้ หากคุณยังคงใช้ชีวิตยึดติดกับเงิน ทำอะไรก็ต้องได้เงิน ช่วยเหลือใคร แบ่งปันใครไม่เป็น แบบนี้มีเงินมากแค่ไหน ก็มีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้หรอกครับ

สุดท้ายท้ายสุด ยังไงผมก็เชื่อว่า การมีรายได้จากทรัพย์สิน หรือ Passive Income นั้นเป็นเรื่องดี และคนเราควรจะมี Passive Income กันทุกคน และจากหลายๆ แหล่งหลายๆ ทางด้วย อีกทั้งยังควรมีรายได้จากการทำงาน (Active Income) เพื่อเร่งสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับชีวิต (แนวคิดนี้เรียก Multi-Income Stream ไว้ว่างๆ จะคุยให้ฟัง)

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะคนที่เดินทางบนเส้นทางนี้มาก่อน แค่อยากจะเตือนเพื่อไม่ให้คุณผู้อ่านติดกับดักความคิด จมอยู่กับความโลภและความขี้เกียจ แล้วไปฝันไกลหวังไกลถึงความมั่งคั่งและความสุขสบาย

จำเอาไว้ … รวยเร็วเป็นไปได้ แต่รวยง่ายๆ รวยสบายๆ ไม่มีหรอกครับ
BabyFx Newbie กระทู้: 37
1) PASSIVE INCOME เป็นเรื่องง่ายๆ

จะว่าไปข้อนี้ก็มีถูกอยู่บ้าง เพราะอย่าง Passive Income ที่ได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมาก ก็มีนะ อย่าง “เงินฝาก” ยังไงล่ะ แค่วางเงินไว้ก็ได้ดอกเบี้ยแล้ว แต่ถือว่าเป็น passive income ที่น้อยมาก จนหลายคนไม่อยากนับรวม

โลกนี้ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถมนุษย์ แต่ก็ไม่มีอะไรง่ายหรือหมู จนไม่ต้องมีความรู้ความเข้าใจอะไรเลยแล้วจะได้มันมาง่ายๆ (ไม่งั้นก็รวยกันหมดแล้วสิ) ไม่เชื่อก็ดูรายชื่อทรัพย์สินอื่นๆ ที่ให้ Passive Income สิ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินทางปัญญา หุ้น เหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางและการลงทุนลงแรงทั้งสิ้น

ดังนั้น ถ้าอยากได้รายได้จากทรัพย์สิน สิ่งแรกที่ต้องคิดไว้ก่อนเลยก็คือ มันต้องลงทุนเวลาในการศึกษาหาความรู้ให้มาก อีกทั้งยังต้องลงมือทำลงมือปฏิบัติให้มากด้วย มันถึงจะเกิดผลและเป็น Passive Incomeขึ้นมาได้

อย่าเผลอไปหลงเชื่อการลงทุนหรือธุรกิจหลอกลวง ที่บอกว่าแค่วางเงินไว้ แล้วการันตีผลตอบแทนสูงๆ

2) มี PASSIVE INCOME แล้วสบาย ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินทุกเดือน

อันนี้ตลก และรู้เลยว่าคนที่พูดไม่ได้มี Passive Income จริง ทั้งนี้เพราะไม่ว่าจะธุรกิจ บ้านเช่า หุ้น หรือลิขสิทธิ์หนังสือ คนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเหล่านี้ ต่างก็ยังต้องทำงานด้วยกันทั้งนั้นครับ

มีธุรกิจ … แม้จะให้ลูกจ้าง หรือ Outsource ทำงานให้ ก็ยังต้องแบ่งเวลามาบริหารจัดการ พบปะลูกค้า แก้ไขปัญหาสำคัญๆ ฯลฯ

มีบ้านเช่า … ก็ต้องคอยเก็บตังค์ ผู้เช่ามีปัญหาก็ต้องคอยจัดการให้ หรือถ้าย้ายออก ก็ได้ปรับปรุงปรับแต่งห้องกันยกใหญ่

มีลิขสิทธิ์ … ก็ต้องคอยบริหารลิขสิทธิ์และผลประโยชน์ตัวเอง

หรือถ้ามีหุ้น … ก็ต้องคอยจัด คอยปรับพอร์ต เพิ่มหุ้น ลดหุ้น เพิ่มลดสัดส่วนการลงทุน อีกจิปาถะ

ดังนั้น มี Passive Income แล้วไม่ต้องทำงานเลย ก็คงไม่ใช่ ยังต้องทำงานอยู่ เพียงแต่ทำน้อยลงไปเยอะ และจัดสรรเวลาได้มากขึ้น (เพราะทรัพย์สินช่วยผ่อนแรงทำงานแทน)

อย่าเผลอเอานิสัยขี้เกียจและรักสบายออกนอกหน้า ระวังจะถูกพวกสิบแปดมงกุฎหลอกกินเงินเอาง่ายๆ ครับ

3) ทรัพย์สินที่ให้ PASSIVE INCOME จะทำเงินให้เราไปตลอดชาติ

สิ่งที่คนไม่เคยมี Passive Income ยังไม่รู้และไม่เข้าใจ ก็คือ ทรัพย์สินใดๆ ในโลกล้วน DYNAMIC นั่นคือ มีขึ้น มีลง มีเติบโต มีตกต่ำ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ด้วยกันทั้งหมดทั้งปวง (สาธุ)

ธุรกิจที่เคยทำเงิน วันหนึ่งก็กลายเป็นธุรกิจที่ล่มสลายได้ (ลองดูการตกต่ำและจากไปของโกดัก โนเกีย และแบล็คเบอรี่ เป็นตัวอย่าง)

บ้านเช่าที่เคยมีคนอยู่อาศัยไม่เคยขาด วันหนึ่งก็อาจร้าง ไม่มีผู้เช่าได้เหมือนกัน

ลิขสิทธิ์เพลง หนังสือ ที่เคยได้รับความนิยม วันหนึ่งก็มีคนลืม ไม่ซื้อ ไม่โหลด

หุ้นที่เคยปันผล วันหนึ่งก็อาจกิจการไม่ดี ไม่ทำกำไร เมื่อไม่ทำกำไรจะเอาเงินที่ไหนมาปันผลละครับพี่

ไม่มีอะไรที่ทำครั้งเดียวแล้วสบายไปตลอดชาติหรอก มันมีเกิดขึ้นตั้งอยู่ และดับไปเสมอ ดังนั้นอย่าเผลอติดกับดักโง่ๆ แบบนี้ การรู้เท่าทันในทรัพย์สินที่เราลงทุนและความรู้ทางการเงินต่างหาก คือ สิ่งที่ช่วยให้เรามั่งคั่งและมั่นคงได้จริง

4) PASSIVE INCOME ดีกว่า ACTIVE INCOME

นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบเถียงกัน พาลกันไปถึงเรื่องที่ว่าเป็นพนักงานประจำนั้นไม่ดี เพราะเงินเดือนน้อย แถมยังเป็นรายได้ที่มาจากการทำงานเสียด้วย (Active Income) เลยยิ่งดูเลวร้ายไปกันใหญ่

จากเหตุผลของความ Dynamic ของทรัพย์สินตามที่ได้อธิบายแล้วในข้อ 3 ดังนั้น ปัญหามันจึงไม่ได้อยู่ที่รายได้แบบไหนดีกว่า ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า …

“คุณมีรายได้หลายทางหรือเปล่า และรายได้หลายทางที่ว่านั้น ผสมผสานทั้ง Active และ Passive หรือไม่”

เพราะถ้ามีแต่ Active Income ก็ต้องเหนื่อยไปตลอด แต่ถ้ามี Passive Income แค่แหล่งเดียว มันก็หมด ก็หายได้เหมือนกัน

โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังชอบ Active Income อยู่นะ เพราะแม้มันจะเหนื่อยสักหน่อย แต่ก็ให้คุณค่า และความรู้สึกที่ดีในการได้ทำงาน ยิ่งถ้าทำงานท่ี่รัก ที่ชอบ และที่เลือกเองแล้วด้วยล่ะก็ แจ่มไปกันใหญ่เลยส่วน Passive Income ผมชอบที่มันช่วยผ่อนแรง ช่วยลดความกังวลทางการเงิน ทำให้เรามีเวลามากขึ้น และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น

ดังนั้น ถ้าจะให้ Money Coach แนะนำว่าคนเราควรเลือกอะไรดี ระหว่าง Active กับ Passive Income คำตอบที่จะตอบก็คือ …

“ทำอะไรที่สนุกแล้วได้ตังค์ กูเอาหมดครับ” 555

5) มี PASSIVE INCOME แล้วจะมีอิสรภาพทางการเงิน

อันนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดเชิงเทคนิคอย่างมาก ต้องบอกเลยว่ามี Passive Income มากแค่ไหน ก็มีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่รู้จัก

“พอ”

จริงอยู่ว่าการมีรายได้จากทรัพย์สินมากกว่ารายจ่ายรวม อาจทำให้คุณหมดกังวลเรื่องเงินๆ ทองๆ แต่มันยังอาจทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้ หากคุณยังคงใช้ชีวิตยึดติดกับเงิน ทำอะไรก็ต้องได้เงิน ช่วยเหลือใคร แบ่งปันใครไม่เป็น แบบนี้มีเงินมากแค่ไหน ก็มีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้หรอกครับ

สุดท้ายท้ายสุด ยังไงผมก็เชื่อว่า การมีรายได้จากทรัพย์สิน หรือ Passive Income นั้นเป็นเรื่องดี และคนเราควรจะมี Passive Income กันทุกคน และจากหลายๆ แหล่งหลายๆ ทางด้วย อีกทั้งยังควรมีรายได้จากการทำงาน (Active Income) เพื่อเร่งสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับชีวิต (แนวคิดนี้เรียก Multi-Income Stream ไว้ว่างๆ จะคุยให้ฟัง)

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ในฐานะคนที่เดินทางบนเส้นทางนี้มาก่อน แค่อยากจะเตือนเพื่อไม่ให้คุณผู้อ่านติดกับดักความคิด จมอยู่กับความโลภและความขี้เกียจ แล้วไปฝันไกลหวังไกลถึงความมั่งคั่งและความสุขสบาย

จำเอาไว้ … รวยเร็วเป็นไปได้ แต่รวยง่ายๆ รวยสบายๆ ไม่มีหรอกครับ
tuinui
20 พฤษภาคม 2019, 12:19:26 น.
ขอบคุณครับ
tuinui Hero Member กระทู้: 1873
ขอบคุณครับ
RabbitFX
21 พฤษภาคม 2019, 10:17:08 น.
เห็นด้วยเลยครับ
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1232
เห็นด้วยเลยครับ
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
1

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS