busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
exness
Xm Moto GP2019
พูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป

เป็นเทรดเดอร์ที่บริหารจัดการใจให้ชนะตลาดได้ด้วยกฎ 3 ข้อ

ตอบ3 อ่าน78
tuinui
11 กรกฎาคม 2019, 13:37:08 น.
การซื้อขายฟอเร็กซ์ไม่มีสูตรสำเร็จที่คำนวณได้

มีคนมากมายพยายามสร้างสูตรสำเร็จด้วยสมการต่าง ๆ เพื่อหวังให้การซื้อขายได้กำไรเสมอ แต่พวกเขาล้วนล้มเหลว เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบก็คือตลาดการเงินไม่ได้มีเหตุผลเสมอไป ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ต่าง ๆ เช่น ความโลภ ความกลัว และสัญชาติญาณดิบดั้งเดิมต่าง ๆ ของมนุษย์

ที่จริงแล้วการซื้อขายคืออะไร?

เทรดเดอร์มืออาชีพเชื่อกันว่าการซื้อขายจริง ๆ แล้วคือเกมที่เล่นกับจิตใจ นี่คือเกมที่ต้องควบคุมตนเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับราคาที่ผันผวนและจัดการกับสถานะซื้อขายอย่างเหมาะสม จริง ๆ แล้วมันก็คือศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งการจะซื้อขายให้ชนะตลาดก็จำเป็นต้องรู้จักกับกฎ 3 ข้อ ต่อไปนี้ในการควบคุมใจ

กฎข้อที่ 1 อย่าพยายามตามหาโอกาสซื้อขายที่ดี แต่ปล่อยให้มันตามมาเจอคุณเอง
กฎข้อนี้มีหลักการว่าเทรดเดอร์ควรจดจ่ออยู่กับกระบวนการซื้อขายที่ดีแล้วกำไรจะเกิดขึ้นเองตามระบบและไม่ควรหวั่นไหวกับตัวเลขเงินวูบวาบระหว่างทาง

ถ้าไม่เจอโอกาสดี ๆ ใน 5 นาทีแรก ก็แปลว่ามันยังไม่มีโอกาสซื้อขายเกิดขึ้น

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จรู้กันดีว่าถ้าหากมองปราดเดียวแล้วยังไม่เห็นโอกาสที่เหมาะสมต่อการซื้อขาย ก็คือยังไม่มีโอกาสจริง ๆ ดังนั้นจงอย่าพยายามไปเค้นหาโอกาสโดยพลิกกราฟไปมาหรือเปลี่ยนตัวสินค้าไปเรื่อย ๆ แต่ให้ใจเย็น ๆ และรวบรวมข้อมูลอย่างมีสติ และนอกจากนี้คุณควรทำการบ้านและวิเคราะห์ตลาดให้เรียบร้อยล่วงหน้าก่อนถึงวันซื้อขายจริงเพราะในระหว่างเวลาซื้อขาย สิ่งที่ควรทำคือซื้อขายไปตามระบบมากกว่ามาวิเคราะห์ข้อมูล

ให้เริ่มต้นวันของคุณด้วยบันทึกสภาพจิตใจของตัวคุณ

ให้กำหนดเป็นกฎว่าให้เขียนบรรยายสภาพจิตใจของคุณลงไปในบันทึกว่าคิดและรู้สึกอะไรอยู่ เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมักทำแบบนี้กัน เพราะในบางครั้งความต้องการที่จะซื้อขายจะนำไปสู่ความกดดัน หวาดหวั่น โกรธ และอารมณ์อื่น ๆ ที่ตนเองอาจไม่รู้ด้วยซ้ำ วิธีการฝึกตนเองที่ดีที่สุดในการซื้อขายก็คือจงซื่อสัตย์ต่อตนเองและพยายามแก้ไขสิ่งที่เป็นอุปสรรค ให้บันทึกว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น และ ทำไมคุณต้องการจะซื้อขาย ณ ขณะนี้ แล้วคุณอาจพบว่าอุปสรรคอาจไม่ได้เกิดจากโอกาสซื้อขายไม่ดี แต่เพราะคุณใช้อารมณ์เกินไปและต้องการพิสูจน์ว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ซึ่งผลสุดท้ายมักจบลงที่การขาดทุน

กฎข้อที่ 2 อย่าหนีความเสี่ยง แต่ให้บริหารจัดการมัน
คนเรามักหนีความเสี่ยงโดยหนีมันหลังจากเจอความเจ็บปวด การซื้อขายฟอเร็กซ์ก็เช่นกัน ซึ่งถ้ากลัวความเสี่ยงไป เทรดเดอร์อาจเลือกรอให้ตลาดยืนยันสถานการณ์หลายทีกว่าจะตัดสินใจซื้อขาย ซึ่งมักช้าเกินไปทำให้เป็นคนท้าย ๆ ที่เข้าตลาดตอนใกล้จบแนวโน้ม กลายเป็นซื้อแพงและขายถูก ดังนั้นแล้วกฎข้อนี้แนะนำว่าอย่าซื้อขายแบบปกป้องตนเองเกินไปเพราะมันไม่นำไปสู่กำไร อย่าหนีความเสี่ยง ให้คำนวณความเสี่ยงและบริหารจัดการมันให้ได้

การกล้าที่จะเสี่ยงไม่ได้แปลว่าให้ซื้อขายสวนแนวโน้มราคา

เทรดเดอร์มือใหม่มักเข้าใจว่ากฏของการกล้าเสี่ยงคือให้สวนแนวโน้ม แต่คุณทำได้ทั้งสวนหรือตามแนวโน้ม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม แต่แม้ว่าการสั่งขายสวนกับแนวโน้มมักเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายและสบายใจเพราะสมองเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตมองว่าราคาเมื่อก่อนถูกและตอนนี้แพงแล้ว นี่อาจไม่ใช่เรื่องดีเพราะคุณกำลังมองและจดจ่อกับราคาในอดีตอยู่และไม่กล้ารับความเสี่ยง จงจำว่าความเสี่ยงคือสิ่งที่ยังไม่แน่นอนที่เทรดเดอร์ต้องกล้าบริหารจัดการ

การซื้อขายที่จะทำกำไรได้อาจดูน่าหวาดกลัวและอาจทำให้คุณไม่สบายใจ

สมองของคนเรารวมถึงเทรดเดอร์นั้นเกลียดความไม่แน่นอนและพยายามเลี่ยงเรื่องเหล่านี้ แต่กำไรมักเกิดเมื่อราคาทะลุช่วงการเคลื่อนไหวของกราฟในอดีต คุณต้องกล้าเสี่ยงซื้อขายตามไปเพื่อล่ากำไร นี่เป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว แต่คุณต้องรู้ตนเองว่าความเสี่ยงแบบไหนบ้างที่ตนเองยังรับได้และอดทนไหว

กฎข้อที่ 3 ให้รู้ตนเองว่าคุณมีจุดแข็งโดดเด่นด้านไหน
เทรดเดอร์ที่ดีต้องหาทักษะที่เป็นจุดแข็งของตนให้เจอและพัฒนามันเช่น วิเคราะห์ข่าว อ่านจิตวิทยาตลาด ดูกราฟ ขณะเดียวกันก็หาทางลดจุดอ่อนตนเอง

ให้ติดตามผลงานตนเอง - อะไรที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ?

การจดบันทึกของเทรดเดอร์และทบทวนสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณหาจุดแข็งตนเองเจอให้ดูวันที่ซื้อขายดีสุดและคำสั่งคราวที่ได้กำไรดีสุดเพื่อวิเคราะห์ตนเอง

บทสรุป
การซื้อขายคือเกมที่เล่นกับจิตใจ เทรดเดอร์ที่อยากสำเร็จต้องเข้าใจกฎ 3 ข้อนี้ อย่าหนีความเสี่ยงแต่ให้บริหารมัน ให้จดจ่อสร้างกระบวนการซื้อขายที่ดี กล้าซื้อขายแม้จะเป็นคราวที่คุณหวาดกลัว ให้รู้ตนเองว่ารับความเสี่ยงแบบไหนได้แค่ไหน สุดท้ายคือให้รู้ตนเองว่าจุดแข็งคืออะไรและทบทวนบันทึกอยู่เสมอ ๆ

ที่มา EXNESS
แชร์กระทู้นี้
tuinui Hero Member กระทู้: 2682
การซื้อขายฟอเร็กซ์ไม่มีสูตรสำเร็จที่คำนวณได้

มีคนมากมายพยายามสร้างสูตรสำเร็จด้วยสมการต่าง ๆ เพื่อหวังให้การซื้อขายได้กำไรเสมอ แต่พวกเขาล้วนล้มเหลว เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบก็คือตลาดการเงินไม่ได้มีเหตุผลเสมอไป ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ต่าง ๆ เช่น ความโลภ ความกลัว และสัญชาติญาณดิบดั้งเดิมต่าง ๆ ของมนุษย์

ที่จริงแล้วการซื้อขายคืออะไร?

เทรดเดอร์มืออาชีพเชื่อกันว่าการซื้อขายจริง ๆ แล้วคือเกมที่เล่นกับจิตใจ นี่คือเกมที่ต้องควบคุมตนเองไม่ให้หวั่นไหวไปกับราคาที่ผันผวนและจัดการกับสถานะซื้อขายอย่างเหมาะสม จริง ๆ แล้วมันก็คือศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งการจะซื้อขายให้ชนะตลาดก็จำเป็นต้องรู้จักกับกฎ 3 ข้อ ต่อไปนี้ในการควบคุมใจ

กฎข้อที่ 1 อย่าพยายามตามหาโอกาสซื้อขายที่ดี แต่ปล่อยให้มันตามมาเจอคุณเอง
กฎข้อนี้มีหลักการว่าเทรดเดอร์ควรจดจ่ออยู่กับกระบวนการซื้อขายที่ดีแล้วกำไรจะเกิดขึ้นเองตามระบบและไม่ควรหวั่นไหวกับตัวเลขเงินวูบวาบระหว่างทาง

ถ้าไม่เจอโอกาสดี ๆ ใน 5 นาทีแรก ก็แปลว่ามันยังไม่มีโอกาสซื้อขายเกิดขึ้น

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จรู้กันดีว่าถ้าหากมองปราดเดียวแล้วยังไม่เห็นโอกาสที่เหมาะสมต่อการซื้อขาย ก็คือยังไม่มีโอกาสจริง ๆ ดังนั้นจงอย่าพยายามไปเค้นหาโอกาสโดยพลิกกราฟไปมาหรือเปลี่ยนตัวสินค้าไปเรื่อย ๆ แต่ให้ใจเย็น ๆ และรวบรวมข้อมูลอย่างมีสติ และนอกจากนี้คุณควรทำการบ้านและวิเคราะห์ตลาดให้เรียบร้อยล่วงหน้าก่อนถึงวันซื้อขายจริงเพราะในระหว่างเวลาซื้อขาย สิ่งที่ควรทำคือซื้อขายไปตามระบบมากกว่ามาวิเคราะห์ข้อมูล

ให้เริ่มต้นวันของคุณด้วยบันทึกสภาพจิตใจของตัวคุณ

ให้กำหนดเป็นกฎว่าให้เขียนบรรยายสภาพจิตใจของคุณลงไปในบันทึกว่าคิดและรู้สึกอะไรอยู่ เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมักทำแบบนี้กัน เพราะในบางครั้งความต้องการที่จะซื้อขายจะนำไปสู่ความกดดัน หวาดหวั่น โกรธ และอารมณ์อื่น ๆ ที่ตนเองอาจไม่รู้ด้วยซ้ำ วิธีการฝึกตนเองที่ดีที่สุดในการซื้อขายก็คือจงซื่อสัตย์ต่อตนเองและพยายามแก้ไขสิ่งที่เป็นอุปสรรค ให้บันทึกว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น และ ทำไมคุณต้องการจะซื้อขาย ณ ขณะนี้ แล้วคุณอาจพบว่าอุปสรรคอาจไม่ได้เกิดจากโอกาสซื้อขายไม่ดี แต่เพราะคุณใช้อารมณ์เกินไปและต้องการพิสูจน์ว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก ซึ่งผลสุดท้ายมักจบลงที่การขาดทุน

กฎข้อที่ 2 อย่าหนีความเสี่ยง แต่ให้บริหารจัดการมัน
คนเรามักหนีความเสี่ยงโดยหนีมันหลังจากเจอความเจ็บปวด การซื้อขายฟอเร็กซ์ก็เช่นกัน ซึ่งถ้ากลัวความเสี่ยงไป เทรดเดอร์อาจเลือกรอให้ตลาดยืนยันสถานการณ์หลายทีกว่าจะตัดสินใจซื้อขาย ซึ่งมักช้าเกินไปทำให้เป็นคนท้าย ๆ ที่เข้าตลาดตอนใกล้จบแนวโน้ม กลายเป็นซื้อแพงและขายถูก ดังนั้นแล้วกฎข้อนี้แนะนำว่าอย่าซื้อขายแบบปกป้องตนเองเกินไปเพราะมันไม่นำไปสู่กำไร อย่าหนีความเสี่ยง ให้คำนวณความเสี่ยงและบริหารจัดการมันให้ได้

การกล้าที่จะเสี่ยงไม่ได้แปลว่าให้ซื้อขายสวนแนวโน้มราคา

เทรดเดอร์มือใหม่มักเข้าใจว่ากฏของการกล้าเสี่ยงคือให้สวนแนวโน้ม แต่คุณทำได้ทั้งสวนหรือตามแนวโน้ม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม แต่แม้ว่าการสั่งขายสวนกับแนวโน้มมักเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายและสบายใจเพราะสมองเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตมองว่าราคาเมื่อก่อนถูกและตอนนี้แพงแล้ว นี่อาจไม่ใช่เรื่องดีเพราะคุณกำลังมองและจดจ่อกับราคาในอดีตอยู่และไม่กล้ารับความเสี่ยง จงจำว่าความเสี่ยงคือสิ่งที่ยังไม่แน่นอนที่เทรดเดอร์ต้องกล้าบริหารจัดการ

การซื้อขายที่จะทำกำไรได้อาจดูน่าหวาดกลัวและอาจทำให้คุณไม่สบายใจ

สมองของคนเรารวมถึงเทรดเดอร์นั้นเกลียดความไม่แน่นอนและพยายามเลี่ยงเรื่องเหล่านี้ แต่กำไรมักเกิดเมื่อราคาทะลุช่วงการเคลื่อนไหวของกราฟในอดีต คุณต้องกล้าเสี่ยงซื้อขายตามไปเพื่อล่ากำไร นี่เป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว แต่คุณต้องรู้ตนเองว่าความเสี่ยงแบบไหนบ้างที่ตนเองยังรับได้และอดทนไหว

กฎข้อที่ 3 ให้รู้ตนเองว่าคุณมีจุดแข็งโดดเด่นด้านไหน
เทรดเดอร์ที่ดีต้องหาทักษะที่เป็นจุดแข็งของตนให้เจอและพัฒนามันเช่น วิเคราะห์ข่าว อ่านจิตวิทยาตลาด ดูกราฟ ขณะเดียวกันก็หาทางลดจุดอ่อนตนเอง

ให้ติดตามผลงานตนเอง - อะไรที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณ?

การจดบันทึกของเทรดเดอร์และทบทวนสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณหาจุดแข็งตนเองเจอให้ดูวันที่ซื้อขายดีสุดและคำสั่งคราวที่ได้กำไรดีสุดเพื่อวิเคราะห์ตนเอง

บทสรุป
การซื้อขายคือเกมที่เล่นกับจิตใจ เทรดเดอร์ที่อยากสำเร็จต้องเข้าใจกฎ 3 ข้อนี้ อย่าหนีความเสี่ยงแต่ให้บริหารมัน ให้จดจ่อสร้างกระบวนการซื้อขายที่ดี กล้าซื้อขายแม้จะเป็นคราวที่คุณหวาดกลัว ให้รู้ตนเองว่ารับความเสี่ยงแบบไหนได้แค่ไหน สุดท้ายคือให้รู้ตนเองว่าจุดแข็งคืออะไรและทบทวนบันทึกอยู่เสมอ ๆ

ที่มา EXNESS
แชร์กระทู้นี้
dukdik
11 กรกฎาคม 2019, 14:29:47 น.
ขอบคุณครับ
dukdik Hero Member กระทู้: 2927
ขอบคุณครับ
tuinui
30 สิงหาคม 2019, 17:47:44 น.
ในช่วงที่สถานการณ์ตลาดผันผวน โดยเฉพาะ ช่วงที่ตลาดตกต่ำลงอย่างหนัก ความเชื่อมั่นลดลงมาก หลายคนนิยมพูดว่า Cash is KING หรือ การถือเงินสด คือ ทางเลือกที่ดีมาก เหมาะกับการช้อนซื้อหุ้นในเวลาวิกฤต แต่สำหรับผม ผมมองว่า สติ is KING น่าจะถูกต้องกว่า เพราะการมีเงินสดมากมาย ยังไม่สุดยอดเท่า การมีสติมากมาย ในช่วงระยะเวลาตลาดหุ้นผันผวน   

สถานการณ์ที่ปั่นป่วน และรุนแรงนั้น บีบคั้นอารมณ์นักลงทุนมาก และเวลาแบบนี้ การใช้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์นั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ใครที่เคยผ่านตลาดหุ้นช่วงที่ตลาดหุ้นตกหนักๆ คงจะรู้กันดี ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ตกทีเป็นร้อยจุด ไม่ได้สนับสนุนให้เราใช้เหตุผลเลย ใจอยากจะ Cut Loss ให้มันจบๆ ไปบ้าง อยากจะปิดจอหนีบ้าง นักลงทุนแทบจะลืมการใช้เหตุผลไปจนหมดสิ้น   

เวลาแบบนั้น ต่อให้นักลงทุนมีเงินสด แต่ไม่มีสติ นักลงทุนก็อาจจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ ถ้าจำได้ในตอนที่ตลาดลงจาก 1,700 จุด มาแตะแถว 200 จุด ถ้านักลงทุนมีเงิน และช้อนไปตลอดทาง ช้อนแล้วคัท ช้อนแล้วคัท แบบนี้ก็ขาดทุนได้ แม้จะมีเงินสดมากมายอยู่ในมือ   

เวลาแบบนี้ “สติ” ต่างหาก คือ สิ่งสำคัญ   หายใจเข้าลึกๆ และทบทวนให้ออกว่า เราคือ “ใคร” แนวทางการลงทุนเป็นแบบไหน การวางแผนการจัดการ และรับมือกับความผันผวนของตลาดเป็นอย่างไร   หากเป็นวีไอ ถามตัวเองว่าพื้นฐานบริษัทเปลี่ยนหรือยัง หรือเห็นโอกาสการลงทุนอื่นที่ดีกว่าหรือยัง อย่าเพิ่งกดขายเพื่อให้ตัดจบไปไม่อยากเห็นตัวแดง   

หากเป็นเทคนิคคอล ถามตัวเองดูว่าสัญญาณซื้อมาหรือยัง อินดิเคเตอร์หรือหลักฐานไหนที่บ่งบอกว่าได้ว่าซื้อหรือขายแล้ว อย่ากดซื้อกดขายไปตามอารมณ์ตลาดพาไป   นายตลาดนี้มันร้ายนัก   

เขาถึงว่ากันว่า คนกว่า 80% ถึงไม่สามารถเอาชนะตลาดได้ เพราะหนีจากจิตวิทยามวลชนได้ไม่พ้น   

อ่านต่อได้ที่ http://www.investerest.co/attitude/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4-is-king/ | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co
30 สิงหาคม 2019, 17:47:44 น.
ตอบกลับ #2สติ is KING
tuinui Hero Member กระทู้: 2682
ในช่วงที่สถานการณ์ตลาดผันผวน โดยเฉพาะ ช่วงที่ตลาดตกต่ำลงอย่างหนัก ความเชื่อมั่นลดลงมาก หลายคนนิยมพูดว่า Cash is KING หรือ การถือเงินสด คือ ทางเลือกที่ดีมาก เหมาะกับการช้อนซื้อหุ้นในเวลาวิกฤต แต่สำหรับผม ผมมองว่า สติ is KING น่าจะถูกต้องกว่า เพราะการมีเงินสดมากมาย ยังไม่สุดยอดเท่า การมีสติมากมาย ในช่วงระยะเวลาตลาดหุ้นผันผวน   

สถานการณ์ที่ปั่นป่วน และรุนแรงนั้น บีบคั้นอารมณ์นักลงทุนมาก และเวลาแบบนี้ การใช้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์นั้นสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ใครที่เคยผ่านตลาดหุ้นช่วงที่ตลาดหุ้นตกหนักๆ คงจะรู้กันดี ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ตกทีเป็นร้อยจุด ไม่ได้สนับสนุนให้เราใช้เหตุผลเลย ใจอยากจะ Cut Loss ให้มันจบๆ ไปบ้าง อยากจะปิดจอหนีบ้าง นักลงทุนแทบจะลืมการใช้เหตุผลไปจนหมดสิ้น   

เวลาแบบนั้น ต่อให้นักลงทุนมีเงินสด แต่ไม่มีสติ นักลงทุนก็อาจจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ ถ้าจำได้ในตอนที่ตลาดลงจาก 1,700 จุด มาแตะแถว 200 จุด ถ้านักลงทุนมีเงิน และช้อนไปตลอดทาง ช้อนแล้วคัท ช้อนแล้วคัท แบบนี้ก็ขาดทุนได้ แม้จะมีเงินสดมากมายอยู่ในมือ   

เวลาแบบนี้ “สติ” ต่างหาก คือ สิ่งสำคัญ   หายใจเข้าลึกๆ และทบทวนให้ออกว่า เราคือ “ใคร” แนวทางการลงทุนเป็นแบบไหน การวางแผนการจัดการ และรับมือกับความผันผวนของตลาดเป็นอย่างไร   หากเป็นวีไอ ถามตัวเองว่าพื้นฐานบริษัทเปลี่ยนหรือยัง หรือเห็นโอกาสการลงทุนอื่นที่ดีกว่าหรือยัง อย่าเพิ่งกดขายเพื่อให้ตัดจบไปไม่อยากเห็นตัวแดง   

หากเป็นเทคนิคคอล ถามตัวเองดูว่าสัญญาณซื้อมาหรือยัง อินดิเคเตอร์หรือหลักฐานไหนที่บ่งบอกว่าได้ว่าซื้อหรือขายแล้ว อย่ากดซื้อกดขายไปตามอารมณ์ตลาดพาไป   นายตลาดนี้มันร้ายนัก   

เขาถึงว่ากันว่า คนกว่า 80% ถึงไม่สามารถเอาชนะตลาดได้ เพราะหนีจากจิตวิทยามวลชนได้ไม่พ้น   

อ่านต่อได้ที่ http://www.investerest.co/attitude/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4-is-king/ | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co
RabbitFX
30 สิงหาคม 2019, 20:51:04 น.
จริงเลยครับ เราต้องมี สติ อยู่ตลอดเวลา
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1712
จริงเลยครับ เราต้องมี สติ อยู่ตลอดเวลา
1

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
FBS
FBS