busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
busforex
busforex
ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

ตอบ13 อ่าน80
RabbitFX
12 กรกฎาคม 2019, 10:54:01 น.
'ทรัมป์'ตั้งการ์ดปกป้องบ.ไฮเทคมะกัน หลังฝรั่งเศสออกกม.จัดเก็บภาษีดิจิตอล

เอเจนซีส์ – “ทรัมป์” สั่งสอบกรณีฝรั่งเศสเตรียมผ่านกฎหมายเก็บภาษีบริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบริษัทไฮเทคยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่างรุนแรง นอกจากนั้นความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่การงัดภาษีศุลกากรตอบโต้ตามแนวถนัดของทรัมป์ อันจะทำให้ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองฟากฝั่งแอตแลนติกขยายวงลุกลามนอกเหนือจากประเด็นเหล็กกล้า อลูมิเนียม รถยนต์ เครื่องบิน และสินค้าเกษตร

โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธ (10 ก.ค.) ว่า อเมริกากังวลอย่างมากต่อภาษีบริการดิจิตอลที่เป็นการพุ่งเป้าเล่นงานบริษัทอเมริกันโดยไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ระหว่างที่เขาแถลงข่าวนั้น กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาล่างของฝรั่งเศสไปแล้ว และต่อมาในวันพฤหัสบดี (11) กฎหมายนี้ก็ได้รับการอนุมัติจากสภาสูงของแดนน้ำหอมโดยเรียบร้อย

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งให้ไลต์ไฮเซอร์เริ่มต้นการตรวจสอบ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อพิจารณาว่า แผนการภาษีของฝรั่งเศสนี้ป็นแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมและกระทบกระเทือนบริษัทเทคโนโลยีอเมริกาหรือไม่

การสอบสวนนี้อาจปูทางให้วอชิงตันประกาศมาตรการตอบโต้ ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าฝรั่งเศส โดยที่แนวทางเช่นนี้เป็นสิ่งซึ่งทรัมป์ใช้บ่อยมากนับจากเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงการเล่นงานจีนที่อเมริกาอ้างว่ามีแนวทางปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม

ความเคลื่อนไหวนี้ยังอาจทำให้ประเด็นขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองฟากฝังแอตแลนติก นั่นคือ ฝั่งสหรัฐฯกับฝั่งยุโรป บานปลายขยายวง หลังจากมีปัญหาในเรื่องเหล็กกล้า อลูมิเนียม รถยนต์ เครื่องบิน และสินค้าเกษตร กันอยู่แล้ว

เรื่องการเก็บภาษีบริการดิจิตอลนั้น บรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า การจัดเก็บในอัตรา 3% ของรายได้รวมตลอดทั้งปีของพวกบริษัทอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ที่ให้บริการในฝรั่งเศส จะทำให้รัฐบาลมีรายได้ปีละ 563 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่จำนวนมาก สามารถใช้ประโยชน์จากการที่บางประเทศเก็บภาษีในอัตราต่ำ เช่น ไอร์แลนด์ และบางประเทศกระทั่งอาจไม่ต้องเสียเลย ทำให้บริษัทเหล่านี้ตักตวงผลกำไรเต็มที่

เลอแมร์สำทับว่า มาตรการภาษีนี้จะพุ่งเป้าที่บริษัทราว 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นบริษัทอเมริกัน ที่เหลือก็มีทั้งบริษัทจีน เยอรมนี สเปน อังกฤษ รวมถึงบริษัทฝรั่งเศสเอง 1 แห่ง และอีกหลายแห่งที่มีถิ่นกำเนิดในฝรั่งเศสแต่ถูกต่างชาติซื้อกิจการไปแล้ว

ทั้งนี้ มาตรการภาษีนี้จะครอบคลุมบริษัทที่มีรายได้ปีละอย่างต่ำ 844 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทที่เข้าข่ายรวมถึง กูเกิล ซึ่งมีอัลฟาเบตเป็นบริษัทแม่, แอปเปิล, เฟซบุ๊ก และแอมะซอน

สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ระบุในคำแถลงว่า บริการดังกล่าวเป็นบริการที่บริษัทอเมริกันเป็นผู้นำทั่วโลก โครงสร้างภาษีใหม่ที่เสนอ ตลอดจนถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่บ่งชี้ว่า ฝรั่งเศสพุ่งเป้าเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานในอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม
แชร์กระทู้นี้
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
12 กรกฎาคม 2019, 10:54:01 น.
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
'ทรัมป์'ตั้งการ์ดปกป้องบ.ไฮเทคมะกัน หลังฝรั่งเศสออกกม.จัดเก็บภาษีดิจิตอล

เอเจนซีส์ – “ทรัมป์” สั่งสอบกรณีฝรั่งเศสเตรียมผ่านกฎหมายเก็บภาษีบริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบริษัทไฮเทคยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่างรุนแรง นอกจากนั้นความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่การงัดภาษีศุลกากรตอบโต้ตามแนวถนัดของทรัมป์ อันจะทำให้ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสองฟากฝั่งแอตแลนติกขยายวงลุกลามนอกเหนือจากประเด็นเหล็กกล้า อลูมิเนียม รถยนต์ เครื่องบิน และสินค้าเกษตร

โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธ (10 ก.ค.) ว่า อเมริกากังวลอย่างมากต่อภาษีบริการดิจิตอลที่เป็นการพุ่งเป้าเล่นงานบริษัทอเมริกันโดยไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ระหว่างที่เขาแถลงข่าวนั้น กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาล่างของฝรั่งเศสไปแล้ว และต่อมาในวันพฤหัสบดี (11) กฎหมายนี้ก็ได้รับการอนุมัติจากสภาสูงของแดนน้ำหอมโดยเรียบร้อย

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งให้ไลต์ไฮเซอร์เริ่มต้นการตรวจสอบ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อพิจารณาว่า แผนการภาษีของฝรั่งเศสนี้ป็นแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมและกระทบกระเทือนบริษัทเทคโนโลยีอเมริกาหรือไม่

การสอบสวนนี้อาจปูทางให้วอชิงตันประกาศมาตรการตอบโต้ ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าฝรั่งเศส โดยที่แนวทางเช่นนี้เป็นสิ่งซึ่งทรัมป์ใช้บ่อยมากนับจากเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงการเล่นงานจีนที่อเมริกาอ้างว่ามีแนวทางปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม

ความเคลื่อนไหวนี้ยังอาจทำให้ประเด็นขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองฟากฝังแอตแลนติก นั่นคือ ฝั่งสหรัฐฯกับฝั่งยุโรป บานปลายขยายวง หลังจากมีปัญหาในเรื่องเหล็กกล้า อลูมิเนียม รถยนต์ เครื่องบิน และสินค้าเกษตร กันอยู่แล้ว

เรื่องการเก็บภาษีบริการดิจิตอลนั้น บรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า การจัดเก็บในอัตรา 3% ของรายได้รวมตลอดทั้งปีของพวกบริษัทอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ที่ให้บริการในฝรั่งเศส จะทำให้รัฐบาลมีรายได้ปีละ 563 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบัน บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่จำนวนมาก สามารถใช้ประโยชน์จากการที่บางประเทศเก็บภาษีในอัตราต่ำ เช่น ไอร์แลนด์ และบางประเทศกระทั่งอาจไม่ต้องเสียเลย ทำให้บริษัทเหล่านี้ตักตวงผลกำไรเต็มที่

เลอแมร์สำทับว่า มาตรการภาษีนี้จะพุ่งเป้าที่บริษัทราว 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นบริษัทอเมริกัน ที่เหลือก็มีทั้งบริษัทจีน เยอรมนี สเปน อังกฤษ รวมถึงบริษัทฝรั่งเศสเอง 1 แห่ง และอีกหลายแห่งที่มีถิ่นกำเนิดในฝรั่งเศสแต่ถูกต่างชาติซื้อกิจการไปแล้ว

ทั้งนี้ มาตรการภาษีนี้จะครอบคลุมบริษัทที่มีรายได้ปีละอย่างต่ำ 844 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทที่เข้าข่ายรวมถึง กูเกิล ซึ่งมีอัลฟาเบตเป็นบริษัทแม่, แอปเปิล, เฟซบุ๊ก และแอมะซอน

สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ระบุในคำแถลงว่า บริการดังกล่าวเป็นบริการที่บริษัทอเมริกันเป็นผู้นำทั่วโลก โครงสร้างภาษีใหม่ที่เสนอ ตลอดจนถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่บ่งชี้ว่า ฝรั่งเศสพุ่งเป้าเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานในอเมริกาอย่างไม่เป็นธรรม
แชร์กระทู้นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม 2019, 11:19:30 น. โดย RabbitFX »
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
17 กรกฎาคม 2019, 11:23:15 น.
สหรัฐฯ อ้างอิหร่านพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจาขีปนาวุธ ฉุดน้ำมันร่วง $2-หุ้นมะกันปิดลบ

รอยเตอร์/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันดิ่งแรงในวันอังคาร (16 ก.ค.) หลัง ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯอ้างอิหร่านพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจาโครงการขีปนาวุธ คลายความกังวลต่อความตึงเครียดระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบจากรายงานผลประกอบการที่ผสมผานของเหล่าสถาบันการเงิน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.96 ดอลลาร์ ปิดที่ 57.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 2.13 ดอลลาร์ ปิดที่ 64.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเผยว่าระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวว่า อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมเจรจาเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธ ในความคืบหน้าที่ ทรัมป์ บอกว่า “เราจะได้เห็นกัน แต่มีความคืบหน้าหลายๆ อย่าง”

คำกล่าวอ้างของพอมเพโอ ฉุดราคาน้ำมันในวันอังคาร (16 ก.ค.) ขยับลงแรง ด้วยนักลงทุนคลายความกังวลต่อกรณีที่ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจทำกระแสน้ำมันในตะวันออกกลางตกอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อว่าไม่นานนักคำกล่าวอ้างของพอมเพโอถูกปฏิเสธทันควันจากโฆษกคณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติ ที่โพสต์บนทวิตเตอร์ความว่า “อย่างแน่แท้ที่สุด ขีปนาวุธของอิหร่านไม่อยู่ในเงื่อนไขการเจรจากับประเทศไหนๆ หรือใครก็ตาม”

ถ้อยคำที่ขัดแย้งกันนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก อยาโตเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โหมกระพือสถานการณ์ความตึงเครียดแห่งการเผชิญหน้า ด้วยการเตือนว่าเตหะรานจะเดินหน้าปลดพันธนาการในกิจกรรมทางนิวเคลียร์และแก้แค้นกรณีที่อังกฤษยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในยิบรอลตาร์

ความตึงเครียดเริ่มลุกลามบานปลายนับตั้งแต่ ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่อิหร่านทำไว้กับเหล่ามหาอำนาจของโลกเมื่อปีที่แล้ว โดยในข้อตกลงดังกล่าวเตหะรานยินยอมยับยั้งโครงการนิวเคลียร์แลกกับการปลดมาตรการคว่ำบาตรนานาชาติที่กัดเซาะเศรษฐกิจของพวกเขา

นับตั้งแต่นั้น วอชิงตันก็กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ โดยพุ่งเป้าเล่นงานธุรกิจค้าน้ำมันของอิหร่าน ในนโยบายเพิ่มแรงกดดันสูงสุดให้เตหะรานยอมจำกัดศักยภาพทางนิวเคลียร์เข้มข้นกว่าเดิม, ระงับโครงการขีปนาวุธและหยุดสนับสนุนกองกำลังตัวแทนในตะวันออกกลาง เปิดศึกแย่งชิงอิทธิพลกับเหล่ารัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันอังคาร (16 ก.ค.) ปิดลบในกรอบแคบๆ ตามรายงานประกอบการที่ผสมผสานของเหล่าสถาบันการเงินต่างๆ และความกังวลที่มีต่อข้อมูลด้านการผลิต ซึ่งสวนทางกับข้อมูลการค้าปลีกที่แข็งแกร่งของอเมริกา

ดาวโจนส์ ลดลง 23.53 จุด (0.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,335.63 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 10.26 จุด (0.34 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,004.04 จุด แนสแดค ลดลง 35.39 จุด (0.43 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,222.80 จุด

หุ้นของเจพีมอร์แกน เชส ธนาคารใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในแง่ของสินทรัพย์ ขยับลงเล็กน้อยแม้รายงานผลประกอบการมีรายได้รายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเพ่งเล็งไปที่กรณีที่ทางสถาบันการเงินแห่งนี้ปรับลดคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (net interest income) ท่ามกลางความคาดหมายว่าเฟดจะเคลื่อนไหวปรับลดดอกเบี้ย

ในด้านข้อมูลทางเศรษฐกิจนั้น นักลงทุนต่างประหลาดใจกับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯที่ระบุยอดค้าปลีกอันแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มขึ้น 0.4% แตะระดับ 591,900 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่พวกนักเศรษฐศาสตร์คาดไว้กว่า 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ถลำเข้าสู่ภาวะถดถอยในเดือนมิถุนายน หลังปรับลดต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติด ท่ามกลางสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในจีนและคู่ค้าอื่นๆ

ตัวเลขค้าปลีกที่แข็งแกร่งช่วยดันดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และปัจจัยนี้เองที่ฉุดให้ราคาทองคำปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (16 ก.ค.) โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 2.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,411.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
สหรัฐฯ อ้างอิหร่านพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจาขีปนาวุธ ฉุดน้ำมันร่วง $2-หุ้นมะกันปิดลบ

รอยเตอร์/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันดิ่งแรงในวันอังคาร (16 ก.ค.) หลัง ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯอ้างอิหร่านพร้อมเข้าสู่โต๊ะเจรจาโครงการขีปนาวุธ คลายความกังวลต่อความตึงเครียดระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบจากรายงานผลประกอบการที่ผสมผานของเหล่าสถาบันการเงิน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.96 ดอลลาร์ ปิดที่ 57.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 2.13 ดอลลาร์ ปิดที่ 64.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเผยว่าระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวว่า อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมเจรจาเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธ ในความคืบหน้าที่ ทรัมป์ บอกว่า “เราจะได้เห็นกัน แต่มีความคืบหน้าหลายๆ อย่าง”

คำกล่าวอ้างของพอมเพโอ ฉุดราคาน้ำมันในวันอังคาร (16 ก.ค.) ขยับลงแรง ด้วยนักลงทุนคลายความกังวลต่อกรณีที่ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจทำกระแสน้ำมันในตะวันออกกลางตกอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อว่าไม่นานนักคำกล่าวอ้างของพอมเพโอถูกปฏิเสธทันควันจากโฆษกคณะผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติ ที่โพสต์บนทวิตเตอร์ความว่า “อย่างแน่แท้ที่สุด ขีปนาวุธของอิหร่านไม่อยู่ในเงื่อนไขการเจรจากับประเทศไหนๆ หรือใครก็ตาม”

ถ้อยคำที่ขัดแย้งกันนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก อยาโตเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โหมกระพือสถานการณ์ความตึงเครียดแห่งการเผชิญหน้า ด้วยการเตือนว่าเตหะรานจะเดินหน้าปลดพันธนาการในกิจกรรมทางนิวเคลียร์และแก้แค้นกรณีที่อังกฤษยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในยิบรอลตาร์

ความตึงเครียดเริ่มลุกลามบานปลายนับตั้งแต่ ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ที่อิหร่านทำไว้กับเหล่ามหาอำนาจของโลกเมื่อปีที่แล้ว โดยในข้อตกลงดังกล่าวเตหะรานยินยอมยับยั้งโครงการนิวเคลียร์แลกกับการปลดมาตรการคว่ำบาตรนานาชาติที่กัดเซาะเศรษฐกิจของพวกเขา

นับตั้งแต่นั้น วอชิงตันก็กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ โดยพุ่งเป้าเล่นงานธุรกิจค้าน้ำมันของอิหร่าน ในนโยบายเพิ่มแรงกดดันสูงสุดให้เตหะรานยอมจำกัดศักยภาพทางนิวเคลียร์เข้มข้นกว่าเดิม, ระงับโครงการขีปนาวุธและหยุดสนับสนุนกองกำลังตัวแทนในตะวันออกกลาง เปิดศึกแย่งชิงอิทธิพลกับเหล่ารัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันอังคาร (16 ก.ค.) ปิดลบในกรอบแคบๆ ตามรายงานประกอบการที่ผสมผสานของเหล่าสถาบันการเงินต่างๆ และความกังวลที่มีต่อข้อมูลด้านการผลิต ซึ่งสวนทางกับข้อมูลการค้าปลีกที่แข็งแกร่งของอเมริกา

ดาวโจนส์ ลดลง 23.53 จุด (0.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,335.63 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 10.26 จุด (0.34 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,004.04 จุด แนสแดค ลดลง 35.39 จุด (0.43 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,222.80 จุด

หุ้นของเจพีมอร์แกน เชส ธนาคารใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในแง่ของสินทรัพย์ ขยับลงเล็กน้อยแม้รายงานผลประกอบการมีรายได้รายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเพ่งเล็งไปที่กรณีที่ทางสถาบันการเงินแห่งนี้ปรับลดคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (net interest income) ท่ามกลางความคาดหมายว่าเฟดจะเคลื่อนไหวปรับลดดอกเบี้ย

ในด้านข้อมูลทางเศรษฐกิจนั้น นักลงทุนต่างประหลาดใจกับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯที่ระบุยอดค้าปลีกอันแข็งแกร่งในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มขึ้น 0.4% แตะระดับ 591,900 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่พวกนักเศรษฐศาสตร์คาดไว้กว่า 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ถลำเข้าสู่ภาวะถดถอยในเดือนมิถุนายน หลังปรับลดต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติด ท่ามกลางสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในจีนและคู่ค้าอื่นๆ

ตัวเลขค้าปลีกที่แข็งแกร่งช่วยดันดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และปัจจัยนี้เองที่ฉุดให้ราคาทองคำปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (16 ก.ค.) โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 2.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,411.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม 2019, 11:50:28 น. โดย RabbitFX »
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
17 กรกฎาคม 2019, 11:24:16 น.
สภาผู้แทนฯ ลงมติประณาม ‘ทรัมป์’ ใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ 4 ส.ส.หญิงเดโมแครต

ส.ส.หญิงทั้ง 4 ของพรรคเดโมแครตที่ตกเป็นเป้าโจมตีของประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ที่รัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ได้แก่ อยานนา เพรสลีย์ (ชุดสีแดง), อิลฮาน โอมาร์ (ที่ 2 จากซ้าย), อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ (กำลังพูด), และ ราชิดา ทลาอิบ (ที่ 2 จากขวา)


รอยเตอร์ - สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติประณามประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ วานนี้ (16 ก.ค.) กรณีใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ 4 ส.ส.หญิงจากพรรคเดโมแครต ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงสัญลักษณ์ที่สร้างความอับอายทั้งต่อ ทรัมป์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันที่หนุนหลังเขา

สภาผู้แทนฯ ได้ลงมติแบบแบ่งขั้วพรรคชัดเจน 240 ต่อ 187 เสียงสนับสนุนมติประณามผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งได้ทวีตข้อความเหยียดหยามกลุ่ม ส.ส.หญิงผิวสีรุ่นใหม่ไฟแรงเมื่อวันอาทิตย์ (14) โดยไล่ให้พวกเธอ “กลับไปยังประเทศบ้านเกิดตัวเองที่แตกสลาย และเต็มไปด้วยอาชญากรรม”

ทั้งนี้ ส.ส.หญิง 4 คนที่ตกเป็นเป้าโจมตีของ ทรัมป์ ได้แก่ อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ จากรัฐนิวยอร์ก, อิลฮาน โอมาร์ จากรัฐมินนิโซตา, อยานนา เพรสลีย์ จากรัฐแมสซาชูเซตส์ และ ราชิดา ทลาอิบ จากรัฐมิชิแกน ทั้งหมดเป็นพลเมืองอเมริกันแต่มีเชื้อสายฮิสแปนิก ปาเลสไตน์ โซมาเลีย และแอฟริกัน-อเมริกัน โดย 3 ใน 4 เกิดในอเมริกา ส่วนอีกคนอพยพลี้ภัยมาอยู่สหรัฐฯ ตั้งแต่เด็ก

พรรคเดโมแครตซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างมติดังกล่าวเมื่อค่ำวันอังคาร (16) โดยมีใจความสำคัญว่า สภาผู้แทนฯ “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อคำพูดเหยียดเชื้อชาติของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นการรับรองและกระตุ้นความรู้สึกหวาดกลัวและชิงชังชาวอเมริกันผู้มาใหม่และคนผิวสี”

มติประณาม ทรัมป์ ยังได้รับคะแนนโหวตสนับสนุนจากส.ส.รีพับลิกัน 4 คน และ ส.ส.อิสระอีก 1 คน

ทั้งนี้ ท่าทีของ ทรัมป์ ถูกมองว่ามีเจตนาสร้างความแตกแยกภายในพรรคเดโมแครต ซึ่งพยายามใช้อำนาจขัดขวางวาระทางกฎหมายของรัฐบาลหลังกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้สำเร็จเมื่อปี 2018

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต แม้จะประสบปัญหาขลุกขลักพอสมควรในการทำงานร่วมกับส.สหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ แต่ก็ยังพูดปกป้องพวกเธอเต็มที่ระหว่างการอภิปราย และเมื่อการโหวตสิ้นสุดลง โอมาร์ ก็ได้เดินเข้ามาพูดคุยกับ เพโลซี นานพอสมควร รวมถึงโอบกอดเธอด้วย

“ความคิดเห็นเช่นนี้จากทำเนียบขาวถือเป็นเรื่องที่น่าอับอาย น่ารังเกียจ และยังสะท้อนแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ” เพโลซี กล่าว “ทุกคนในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเดโมแครตหรือรีพับลิกันก็ตาม ควรร่วมมือกับเราในการประณามทวีตเหยียดเชื้อชาติของประธานาธิบดี”

คำพูดของ เพโลซี ได้นำไปสู่การโต้เถียงในสภานานถึง 2 ชั่วโมง โดยส.ส.รีพับลิกันชี้ว่าเธอพูดแรงเกินไป และฝ่าฝืนระเบียบการอภิปราย

ส.ส.รีพับลิกันบางคน เช่น ทอม แมคคลินท็อค จากรัฐแคลิฟอร์เนีย อ้างว่าสิ่งที่ ทรัมป์ พูดนั้นเป็นการวิจารณ์เรื่องความรักชาติ (patriotism) ของ ส.ส.หญิงกลุ่มนี้ และไม่ใช่การเหยียดผิว

ด้าน มิตช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากในวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทุกๆ ฝ่ายควรจะ “ผ่อนปรนคำพูดคำจาลงบ้าง”

“ประธานาธิบดีไม่ได้เหยียดเชื้อชาติ และผมคิดว่าการโต้เถียงเช่นนี้ไม่ดีสำหรับประเทศของเราเลย แต่มันก็มาจากมุมมองที่แตกต่างกัน” แมคคอนเนลล์ กล่าว

ทรัมป์ เคยมีประวัติการเหยียดเชื้อชาติมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนที่เขาออกมากล่าวหา บารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ว่าไม่ได้เกิดในอเมริกา และตอนที่เกิดเหตุประท้วงในเมืองชาร์ล็อตต์สวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อปี 2017 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทรัมป์ก็ยังเลี่ยงที่จะประณามพวก ‘ไวท์ซูพรีเมซิสต์’ ที่เป็นต้นเหตุ แต่กลับพูดว่า “ทั้งสองฝ่ายล้วนแต่มีคนดีอยู่ด้วย”

แม้คะแนนนิยมของ ทรัมป์ จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากคำพูดเมื่อปี 2017 แต่ผลสำรวจล่าสุดโดยรอยเตอร์/อิปซอสในสัปดาห์นี้พบว่า ทวีตโจมตี ส.ส.หญิงผิวสีกลับไม่ได้บั่นทอนเรตติ้งของผู้นำสหรัฐฯ เท่าใดนัก โดยแม้จะสูญเสียคะแนนนิยมในหมู่ฐานเสียงเดโมแครตและอิสระ แต่กลับได้ใจฝ่ายรีพับลิกันมากขึ้น ซึ่งทำให้คะแนนนิยม ทรัมป์ ในภาพรวมไม่เปลี่ยนแปลง
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
สภาผู้แทนฯ ลงมติประณาม ‘ทรัมป์’ ใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ 4 ส.ส.หญิงเดโมแครต

ส.ส.หญิงทั้ง 4 ของพรรคเดโมแครตที่ตกเป็นเป้าโจมตีของประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ที่รัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ได้แก่ อยานนา เพรสลีย์ (ชุดสีแดง), อิลฮาน โอมาร์ (ที่ 2 จากซ้าย), อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ (กำลังพูด), และ ราชิดา ทลาอิบ (ที่ 2 จากขวา)


รอยเตอร์ - สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติประณามประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ วานนี้ (16 ก.ค.) กรณีใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติ 4 ส.ส.หญิงจากพรรคเดโมแครต ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงสัญลักษณ์ที่สร้างความอับอายทั้งต่อ ทรัมป์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันที่หนุนหลังเขา

สภาผู้แทนฯ ได้ลงมติแบบแบ่งขั้วพรรคชัดเจน 240 ต่อ 187 เสียงสนับสนุนมติประณามผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งได้ทวีตข้อความเหยียดหยามกลุ่ม ส.ส.หญิงผิวสีรุ่นใหม่ไฟแรงเมื่อวันอาทิตย์ (14) โดยไล่ให้พวกเธอ “กลับไปยังประเทศบ้านเกิดตัวเองที่แตกสลาย และเต็มไปด้วยอาชญากรรม”

ทั้งนี้ ส.ส.หญิง 4 คนที่ตกเป็นเป้าโจมตีของ ทรัมป์ ได้แก่ อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ จากรัฐนิวยอร์ก, อิลฮาน โอมาร์ จากรัฐมินนิโซตา, อยานนา เพรสลีย์ จากรัฐแมสซาชูเซตส์ และ ราชิดา ทลาอิบ จากรัฐมิชิแกน ทั้งหมดเป็นพลเมืองอเมริกันแต่มีเชื้อสายฮิสแปนิก ปาเลสไตน์ โซมาเลีย และแอฟริกัน-อเมริกัน โดย 3 ใน 4 เกิดในอเมริกา ส่วนอีกคนอพยพลี้ภัยมาอยู่สหรัฐฯ ตั้งแต่เด็ก

พรรคเดโมแครตซึ่งครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างมติดังกล่าวเมื่อค่ำวันอังคาร (16) โดยมีใจความสำคัญว่า สภาผู้แทนฯ “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อคำพูดเหยียดเชื้อชาติของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นการรับรองและกระตุ้นความรู้สึกหวาดกลัวและชิงชังชาวอเมริกันผู้มาใหม่และคนผิวสี”

มติประณาม ทรัมป์ ยังได้รับคะแนนโหวตสนับสนุนจากส.ส.รีพับลิกัน 4 คน และ ส.ส.อิสระอีก 1 คน

ทั้งนี้ ท่าทีของ ทรัมป์ ถูกมองว่ามีเจตนาสร้างความแตกแยกภายในพรรคเดโมแครต ซึ่งพยายามใช้อำนาจขัดขวางวาระทางกฎหมายของรัฐบาลหลังกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้สำเร็จเมื่อปี 2018

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต แม้จะประสบปัญหาขลุกขลักพอสมควรในการทำงานร่วมกับส.สหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ แต่ก็ยังพูดปกป้องพวกเธอเต็มที่ระหว่างการอภิปราย และเมื่อการโหวตสิ้นสุดลง โอมาร์ ก็ได้เดินเข้ามาพูดคุยกับ เพโลซี นานพอสมควร รวมถึงโอบกอดเธอด้วย

“ความคิดเห็นเช่นนี้จากทำเนียบขาวถือเป็นเรื่องที่น่าอับอาย น่ารังเกียจ และยังสะท้อนแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ” เพโลซี กล่าว “ทุกคนในสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเดโมแครตหรือรีพับลิกันก็ตาม ควรร่วมมือกับเราในการประณามทวีตเหยียดเชื้อชาติของประธานาธิบดี”

คำพูดของ เพโลซี ได้นำไปสู่การโต้เถียงในสภานานถึง 2 ชั่วโมง โดยส.ส.รีพับลิกันชี้ว่าเธอพูดแรงเกินไป และฝ่าฝืนระเบียบการอภิปราย

ส.ส.รีพับลิกันบางคน เช่น ทอม แมคคลินท็อค จากรัฐแคลิฟอร์เนีย อ้างว่าสิ่งที่ ทรัมป์ พูดนั้นเป็นการวิจารณ์เรื่องความรักชาติ (patriotism) ของ ส.ส.หญิงกลุ่มนี้ และไม่ใช่การเหยียดผิว

ด้าน มิตช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมากในวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทุกๆ ฝ่ายควรจะ “ผ่อนปรนคำพูดคำจาลงบ้าง”

“ประธานาธิบดีไม่ได้เหยียดเชื้อชาติ และผมคิดว่าการโต้เถียงเช่นนี้ไม่ดีสำหรับประเทศของเราเลย แต่มันก็มาจากมุมมองที่แตกต่างกัน” แมคคอนเนลล์ กล่าว

ทรัมป์ เคยมีประวัติการเหยียดเชื้อชาติมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนที่เขาออกมากล่าวหา บารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ว่าไม่ได้เกิดในอเมริกา และตอนที่เกิดเหตุประท้วงในเมืองชาร์ล็อตต์สวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อปี 2017 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ทรัมป์ก็ยังเลี่ยงที่จะประณามพวก ‘ไวท์ซูพรีเมซิสต์’ ที่เป็นต้นเหตุ แต่กลับพูดว่า “ทั้งสองฝ่ายล้วนแต่มีคนดีอยู่ด้วย”

แม้คะแนนนิยมของ ทรัมป์ จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากคำพูดเมื่อปี 2017 แต่ผลสำรวจล่าสุดโดยรอยเตอร์/อิปซอสในสัปดาห์นี้พบว่า ทวีตโจมตี ส.ส.หญิงผิวสีกลับไม่ได้บั่นทอนเรตติ้งของผู้นำสหรัฐฯ เท่าใดนัก โดยแม้จะสูญเสียคะแนนนิยมในหมู่ฐานเสียงเดโมแครตและอิสระ แต่กลับได้ใจฝ่ายรีพับลิกันมากขึ้น ซึ่งทำให้คะแนนนิยม ทรัมป์ ในภาพรวมไม่เปลี่ยนแปลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม 2019, 11:50:46 น. โดย RabbitFX »
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
17 กรกฎาคม 2019, 11:25:43 น.
รัฐสภาอียูโหวตรับรองผู้หญิงคนแรกนั่งเก้าอี้ประธานคณกรรมาธิการยุโรป

เอเอฟพี - นางอูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอสำหรับผ่านการรับรองจากรัฐสภายุโรปในวันอังคาร(16ก.ค.) ก้าวขึ้นมาเป็นประธานหญิงคนแรกของคณะกรรมาธิการยุโรป มีชัยเหนือสมาชิกสายโซเชียลิสต์และลิเบอรัล ที่แสดงความเคลือบแคลงใจในตัวเธอ

รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีหัวอนุรักษ์นิยมวัย 60 ปี ได้รับการเสนอชื่อจากพวกผู้นำรัฐสมาชิก 18 ชาติของกลุ่ม ให้ก้าวมาเป็นประธานหญิงคนแรกของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสร้างความผิดหวังแก่สมาชิกรัฐสภายุโรปหลายคน

สมาชิกรัฐสภายุโรปบางส่วนอยากเลือกผู้ถูกเสนอชื่อจากหนึ่งในกลุ่มการเมืองของพวกเขาเองมากกว่า แต่สุดท้ายการโหวตจบลงด้วยชัยชนะอย่างฉิวเฉียดของ ฟอน เดอร์ เลเยน ด้วยคะแนน 383 เสียงจากทั้งหมด 751 เสียง

จากนี้ไป ฟอน เดอร์ เลเยน จะเข้ามาทำหน้าที่แทน ฌอง โคล้ด จุงเกอร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป หรือหนึ่งวันหลังจากสหราชอาณาจักรถึงกำหนดถอนตัวจากสหภาพยุโรป และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี

"ด้วยภาระที่รอเราอยู่เบื้องหน้า ฉันขอถ่อมตัว มันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และงานของฉันเริ่มแล้วตั้งแต่บัดนี้" คุณแม่ลูก 7 บอกกับสมาชิกรัฐสภายุโรป พร้อมกับกล่าวขอบคุณ "สมาชิกทุกท่านที่ลงคะแนนโหวตให้ดิฉันในวันนี้"

เบื้องต้นมีความกังวลกันว่าหาก ฟอน เดอร์ เลเยน ไม่ผ่านความเห็นชอบ ยุโรปอาจเผชิญฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยศึกกระทบกระทั่งกันภายในสถาบัน แทนที่จะเอาเวลาเหล่านี้ไปเตรียมพร้อมรับมือกับเบร็กซิต, สู้รบกับอิตาลีในประเด็นหนี้ของพวกเขา และช่วยเหลือฮังการีกับโปแลนด์รับมือกับภัยคุกคามค่านิยมประชาธิปไตย

ฟอน เดอร์ เลเยน มีเวลาเพียงสั้นๆนับตั้งแต่พวกผู้นำ 28 ชาติอียูเสนอชื่อเธอ ในการเอาชนะใจพรรค EPP กลุ่มการเมืองขวากลาง, พรรคโซเชียลิสต์ S&D และกลุ่มการเมือง Renew Europe ในความหวังว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนที่จำเป็น 374 เสียง

ในหลายชั่วโมงระหว่างการปราศรัยขอคะแนนและเริ่มลงคะแนนโหวต พวกเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองบ่งชี้ว่าเธออาจได้รับการสนับสนุนจากพรรคขวากลาง, ฝ่ายลิเบอรัลเกือบทั้งหมดและอาจได้จากพรรคฝ่ายซ้ายราวๆ 2 ใน 3

การโหวตครั้งนี้เป็นการลงคะแนนลับ แต่ผลที่ออกมาว่าฟอน เดอร์ เลเยน ได้รับชัยชนะอย่างฉิวเฉียด บ่งชี้ว่าเธอได้รับการสนับสนันเพียงจากพวกสายกลางฝักใฝ่ยุโรป และสมาชิกหลักหลายคนงดออกเสียง

ความเคลื่อนไหวโหวตรับรอง ฟอน เดอร์ เลเยน เป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจที่เรียกกันว่า "ตำแหน่งระดับสูง"ของอียู" ในนั้นรวมถึงตำแหน่งประธานคณะมนตรียุโรป ซึ่งชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม อยู่บนเส้นทางที่จะผ่านการรับรอง

ในส่วนของ คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็ใกล้ที่จะได้รับการรับรองจากรัฐสภายุโรปให้ก้าวขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) เช่นกัน หลังจากอดีตรัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสรายนี้แถลงลาออกจากไอเอ็มเอฟในวันอังคาร(16ก.ค.)
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
รัฐสภาอียูโหวตรับรองผู้หญิงคนแรกนั่งเก้าอี้ประธานคณกรรมาธิการยุโรป

เอเอฟพี - นางอูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอสำหรับผ่านการรับรองจากรัฐสภายุโรปในวันอังคาร(16ก.ค.) ก้าวขึ้นมาเป็นประธานหญิงคนแรกของคณะกรรมาธิการยุโรป มีชัยเหนือสมาชิกสายโซเชียลิสต์และลิเบอรัล ที่แสดงความเคลือบแคลงใจในตัวเธอ

รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีหัวอนุรักษ์นิยมวัย 60 ปี ได้รับการเสนอชื่อจากพวกผู้นำรัฐสมาชิก 18 ชาติของกลุ่ม ให้ก้าวมาเป็นประธานหญิงคนแรกของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสร้างความผิดหวังแก่สมาชิกรัฐสภายุโรปหลายคน

สมาชิกรัฐสภายุโรปบางส่วนอยากเลือกผู้ถูกเสนอชื่อจากหนึ่งในกลุ่มการเมืองของพวกเขาเองมากกว่า แต่สุดท้ายการโหวตจบลงด้วยชัยชนะอย่างฉิวเฉียดของ ฟอน เดอร์ เลเยน ด้วยคะแนน 383 เสียงจากทั้งหมด 751 เสียง

จากนี้ไป ฟอน เดอร์ เลเยน จะเข้ามาทำหน้าที่แทน ฌอง โคล้ด จุงเกอร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป หรือหนึ่งวันหลังจากสหราชอาณาจักรถึงกำหนดถอนตัวจากสหภาพยุโรป และมีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี

"ด้วยภาระที่รอเราอยู่เบื้องหน้า ฉันขอถ่อมตัว มันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และงานของฉันเริ่มแล้วตั้งแต่บัดนี้" คุณแม่ลูก 7 บอกกับสมาชิกรัฐสภายุโรป พร้อมกับกล่าวขอบคุณ "สมาชิกทุกท่านที่ลงคะแนนโหวตให้ดิฉันในวันนี้"

เบื้องต้นมีความกังวลกันว่าหาก ฟอน เดอร์ เลเยน ไม่ผ่านความเห็นชอบ ยุโรปอาจเผชิญฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยศึกกระทบกระทั่งกันภายในสถาบัน แทนที่จะเอาเวลาเหล่านี้ไปเตรียมพร้อมรับมือกับเบร็กซิต, สู้รบกับอิตาลีในประเด็นหนี้ของพวกเขา และช่วยเหลือฮังการีกับโปแลนด์รับมือกับภัยคุกคามค่านิยมประชาธิปไตย

ฟอน เดอร์ เลเยน มีเวลาเพียงสั้นๆนับตั้งแต่พวกผู้นำ 28 ชาติอียูเสนอชื่อเธอ ในการเอาชนะใจพรรค EPP กลุ่มการเมืองขวากลาง, พรรคโซเชียลิสต์ S&D และกลุ่มการเมือง Renew Europe ในความหวังว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนที่จำเป็น 374 เสียง

ในหลายชั่วโมงระหว่างการปราศรัยขอคะแนนและเริ่มลงคะแนนโหวต พวกเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองบ่งชี้ว่าเธออาจได้รับการสนับสนุนจากพรรคขวากลาง, ฝ่ายลิเบอรัลเกือบทั้งหมดและอาจได้จากพรรคฝ่ายซ้ายราวๆ 2 ใน 3

การโหวตครั้งนี้เป็นการลงคะแนนลับ แต่ผลที่ออกมาว่าฟอน เดอร์ เลเยน ได้รับชัยชนะอย่างฉิวเฉียด บ่งชี้ว่าเธอได้รับการสนับสนันเพียงจากพวกสายกลางฝักใฝ่ยุโรป และสมาชิกหลักหลายคนงดออกเสียง

ความเคลื่อนไหวโหวตรับรอง ฟอน เดอร์ เลเยน เป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจที่เรียกกันว่า "ตำแหน่งระดับสูง"ของอียู" ในนั้นรวมถึงตำแหน่งประธานคณะมนตรียุโรป ซึ่งชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียม อยู่บนเส้นทางที่จะผ่านการรับรอง

ในส่วนของ คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็ใกล้ที่จะได้รับการรับรองจากรัฐสภายุโรปให้ก้าวขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) เช่นกัน หลังจากอดีตรัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสรายนี้แถลงลาออกจากไอเอ็มเอฟในวันอังคาร(16ก.ค.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม 2019, 11:51:17 น. โดย RabbitFX »
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
17 กรกฎาคม 2019, 11:26:26 น.
ลาการ์ดยื่นลาออกจากบอสใหญ่IMF เตรียมขึ้นแท่นประธานใหม่ECB

รอยเตอร์ - คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แถลงในวันอังคาร(16ก.ค.) ว่าเธอได้ยื่นใบลาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบุมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการที่เธอถูกเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) คนถัดไป

ลาการ์ดระบุในถ้อยแถลงว่าการลาออกของเธอจะมีผลในวันที่ 12 กันยายน เปิดทางให้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เลือกผู้นำคนใหม่

"ด้วยตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการเสนอชื่อดิฉันเป็นประธานอีซีบี และมันจะต้องใช้เวลา ฉันได้ตัดสินใจในเรื่องนี้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ" เธอระบุในถ้อยแถลง

ลาการ์ดบอกว่าการลาออกของเธอจะเป็นตัวเร่งให้มีการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งของเธอเร็วขึ้น

การลาออกของลาการ์ดมีขึ้น 2 สัปดาห์ หลังจากเธอถูกเสนอชื่อให้นั่งเก้าอี้สูงสุดของอีซีบีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเธอยังไม่ได้ลาออกจากไอเอ็มเอฟในทันที เพราะยังมีความไม่แน่นอนว่ารัฐสภาใหม่ของอียูจะเห็นชอบเธอหรือไม่ เช่นเดียวกับตำแหน่งผู้นำองค์กรอื่นๆของอียู

กระบวนการเสนอชื่อลาการ์ด จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปที่เต็มไปด้วยความแตกแยก แต่หากได้รับความเห็นชอบ เธอจะเข้ามารับตำแหน่งประธานอีซีบีแทน มาริโอ ดรากิ ในวันที่ 31 ตุลาคม

วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศสมัย 2 ของ ลาการ์ด จะยังไม่สิ้นสุดจนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2021 ขณะที่ตำแหน่งนี้ตามธรรมเนียมแล้วจะถือครองโดยฝ่ายยุโรป ส่วนตำแหน่งประธานเวิลด์แบงค์ องค์กรพี่น้องของไอเอ็มเอฟ จะเป็นของฝั่งสหรัฐฯ
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
ลาการ์ดยื่นลาออกจากบอสใหญ่IMF เตรียมขึ้นแท่นประธานใหม่ECB

รอยเตอร์ - คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แถลงในวันอังคาร(16ก.ค.) ว่าเธอได้ยื่นใบลาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบุมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการที่เธอถูกเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) คนถัดไป

ลาการ์ดระบุในถ้อยแถลงว่าการลาออกของเธอจะมีผลในวันที่ 12 กันยายน เปิดทางให้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เลือกผู้นำคนใหม่

"ด้วยตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับกระบวนการเสนอชื่อดิฉันเป็นประธานอีซีบี และมันจะต้องใช้เวลา ฉันได้ตัดสินใจในเรื่องนี้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ" เธอระบุในถ้อยแถลง

ลาการ์ดบอกว่าการลาออกของเธอจะเป็นตัวเร่งให้มีการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งของเธอเร็วขึ้น

การลาออกของลาการ์ดมีขึ้น 2 สัปดาห์ หลังจากเธอถูกเสนอชื่อให้นั่งเก้าอี้สูงสุดของอีซีบีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเธอยังไม่ได้ลาออกจากไอเอ็มเอฟในทันที เพราะยังมีความไม่แน่นอนว่ารัฐสภาใหม่ของอียูจะเห็นชอบเธอหรือไม่ เช่นเดียวกับตำแหน่งผู้นำองค์กรอื่นๆของอียู

กระบวนการเสนอชื่อลาการ์ด จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปที่เต็มไปด้วยความแตกแยก แต่หากได้รับความเห็นชอบ เธอจะเข้ามารับตำแหน่งประธานอีซีบีแทน มาริโอ ดรากิ ในวันที่ 31 ตุลาคม

วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศสมัย 2 ของ ลาการ์ด จะยังไม่สิ้นสุดจนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2021 ขณะที่ตำแหน่งนี้ตามธรรมเนียมแล้วจะถือครองโดยฝ่ายยุโรป ส่วนตำแหน่งประธานเวิลด์แบงค์ องค์กรพี่น้องของไอเอ็มเอฟ จะเป็นของฝั่งสหรัฐฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม 2019, 11:51:39 น. โดย RabbitFX »
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
17 กรกฎาคม 2019, 11:27:25 น.
เกาหลีเหนือชี้การเจรจาปลดนิวเคลียร์มีความเสี่ยง หากมะกัน-โสมขาวซ้อมรบกันอีก

เอเจนซีส์ - กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือระบุในวันอังคาร (16 ก.ค.) ว่าดูเหมือนอเมริกาเตรียมจะผิดคำสัญญาที่เคยบอกว่าจะไม่ซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้อีก และนั่นทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจรจาที่มุ่งเป้าจะให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าว KCNA ของทางการโสมแดง รายงานคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ที่ระบุว่า อเมริกาแสดงรูปแบบของการ "เพิกเฉยต่อพันธกิจอยู่ฝ่ายเดียว" นั่นทำให้เปียงยางต้องพิจารณาทบทวนข้อผูกพันของตนเองในการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ฟื้นฟูความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมโสมแดงให้เลิกใช้อาวุธนิวเคลียร์เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนที่เขาจัดการประชุมเร่งด่วนกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ที่พรมแดนระหว่างสองเกาหลี

ตอนนั้นทรัมป์กล่าวว่า พวกเขาตกลงที่จะดำเนินการเจรจาในระดับการดำเนินงาน ที่เคยติดขัดตั้งแต่การประชุมสุดยอดครั้งที่สองของพวกเขาล่มในเดือนกุมภาพันธ์ และการเจรจาคาดว่าจะมีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือได้ตั้งข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า อเมริกาและเกาหลีใต้จะดำเนินการฝึกซ้อมรบกันต่อภายใต้ชื่อรหัส Dong Maeng ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งโสมแดงเรียกว่า "การซ้อมรบเพื่อทำสงคราม"

"เราจะกำหนดการตัดสินใจของเราในช่วงเปิดการเจรจาระดับการดำเนินงาน ขณะเดียวกันก็คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ในอนาคต "โฆษก ระบุ

ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวคาดว่าจะมีในเดือนสิงหาคม

เกาหลีเหนือประณามมาหลายปีแล้ว สำหรับการฝึกซ้อมทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการวิจารณ์หนักข้อขึ้น ขณะที่การเจรจากับวอชิงตันและโซลเริ่มติดขัด
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
เกาหลีเหนือชี้การเจรจาปลดนิวเคลียร์มีความเสี่ยง หากมะกัน-โสมขาวซ้อมรบกันอีก

เอเจนซีส์ - กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือระบุในวันอังคาร (16 ก.ค.) ว่าดูเหมือนอเมริกาเตรียมจะผิดคำสัญญาที่เคยบอกว่าจะไม่ซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้อีก และนั่นทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจรจาที่มุ่งเป้าจะให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าว KCNA ของทางการโสมแดง รายงานคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ที่ระบุว่า อเมริกาแสดงรูปแบบของการ "เพิกเฉยต่อพันธกิจอยู่ฝ่ายเดียว" นั่นทำให้เปียงยางต้องพิจารณาทบทวนข้อผูกพันของตนเองในการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ฟื้นฟูความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมโสมแดงให้เลิกใช้อาวุธนิวเคลียร์เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนที่เขาจัดการประชุมเร่งด่วนกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ที่พรมแดนระหว่างสองเกาหลี

ตอนนั้นทรัมป์กล่าวว่า พวกเขาตกลงที่จะดำเนินการเจรจาในระดับการดำเนินงาน ที่เคยติดขัดตั้งแต่การประชุมสุดยอดครั้งที่สองของพวกเขาล่มในเดือนกุมภาพันธ์ และการเจรจาคาดว่าจะมีในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือได้ตั้งข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า อเมริกาและเกาหลีใต้จะดำเนินการฝึกซ้อมรบกันต่อภายใต้ชื่อรหัส Dong Maeng ในช่วงฤดูร้อนนี้ ซึ่งโสมแดงเรียกว่า "การซ้อมรบเพื่อทำสงคราม"

"เราจะกำหนดการตัดสินใจของเราในช่วงเปิดการเจรจาระดับการดำเนินงาน ขณะเดียวกันก็คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ในอนาคต "โฆษก ระบุ

ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวคาดว่าจะมีในเดือนสิงหาคม

เกาหลีเหนือประณามมาหลายปีแล้ว สำหรับการฝึกซ้อมทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการวิจารณ์หนักข้อขึ้น ขณะที่การเจรจากับวอชิงตันและโซลเริ่มติดขัด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม 2019, 11:51:55 น. โดย RabbitFX »
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
Greenpips
17 กรกฎาคม 2019, 14:03:03 น.
เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) 🇬🇧 ร่วงหนัก 📈

📝ผลกระทบหลักๆ เกิดจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็น Brexit ยังคงเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษที่กดดันค่าเงินปอนด์ในปี 2019

ค่าเงินปอนด์ถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนตัวลงในช่วงต้นปี 2019 และจะรีบาวด์หลังจากที่ความไม่แน่นอนทางด้านประเด็น Brexit ที่เบาบางลงไป แต่ ❗️❗️
ผิดคาด เงินปอนด์ยังคงร่วงต่อเนื่อง

ขณะที่ธนาคารอังกฤษ มองว่า หากไม่สามารถหาทางออกเกี่ยวกับข้อตกลง Brexit ก็จะส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ลดลงไปอีก 25% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1985

👉 โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังถือว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง นักเทรดจะได้สัมผัสการซื้อ-ขายค่าเงินปอนด์ที่ต่ำที่สุดเป็น 💰💰ประวัติการณ์อย่างแน่นอนครับ

ที่มา: FXStreet
เรียบเรียง: Guide forex trading
จะขอล้างพอร์ต เป็นครั้งสุดท้าย  จริง ๆ นะ  ไม่โลภ
17 กรกฎาคม 2019, 14:03:03 น.
Greenpips Hero Member กระทู้: 695
เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) 🇬🇧 ร่วงหนัก 📈

📝ผลกระทบหลักๆ เกิดจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประเด็น Brexit ยังคงเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษที่กดดันค่าเงินปอนด์ในปี 2019

ค่าเงินปอนด์ถูกคาดการณ์ว่าจะอ่อนตัวลงในช่วงต้นปี 2019 และจะรีบาวด์หลังจากที่ความไม่แน่นอนทางด้านประเด็น Brexit ที่เบาบางลงไป แต่ ❗️❗️
ผิดคาด เงินปอนด์ยังคงร่วงต่อเนื่อง

ขณะที่ธนาคารอังกฤษ มองว่า หากไม่สามารถหาทางออกเกี่ยวกับข้อตกลง Brexit ก็จะส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ลดลงไปอีก 25% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1985

👉 โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังถือว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง นักเทรดจะได้สัมผัสการซื้อ-ขายค่าเงินปอนด์ที่ต่ำที่สุดเป็น 💰💰ประวัติการณ์อย่างแน่นอนครับ

ที่มา: FXStreet
เรียบเรียง: Guide forex trading
จะขอล้างพอร์ต เป็นครั้งสุดท้าย  จริง ๆ นะ  ไม่โลภ
RabbitFX
18 กรกฎาคม 2019, 09:17:37 น.
น้ำมันลงอีก-ทองพุุ่ง $12 หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม

มาร์เกตวอตช์/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันขยับลงแตะระดับต่ำสุดในรอบราวๆ 2 สัปดาห์ในวันพุธ (17 ก.ค.) หลังพบคลังเชื้อเพลิงสำรองสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดหมาย ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่ทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 84 เซ็นต์ ปิดที่ 56.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 69 เซ็นต์ ปิดที่ 63.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานในวันพุธ (17 ก.ค.) พบว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศลดลง 5 สัปดาห์ติด แต่น้อยกว่าที่คาดหมายไว้ ส่วนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมนั้นเพิ่มขึ้นพอสมควร

รายงานระบุว่า คลังน้ำม้นดิบสำรองของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กรกฎาคม ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าน่าจะลดลงถึง 4.2 ล้านบาร์เรล ส่วนสต๊อกเบนซินเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล และสต๊อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 5.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์เดียวกัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธ (17 ก.ค.) ปิดลบพอสมควร ตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม หลังจากเฟดให้คำจำกัดความการเติบโตของเศรษฐกิจอเมริกาในรายงานว่า “ปานกลาง”

ดาวโจนส์ ลดลง 115.78 จุด (0.42 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,219.85 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 19.62 จุด (0.65 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,984.42 จุด แนสแดค ลดลง 37.59 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,185.21 จุด

หุ้นของเหล่าสมาชิกดาวโจนส์ อย่าง แคตเทอร์พิลลาร์, ยูไนเต็ด เทคโนโลยี และฮันนีเวลล์ อินเตอร์เนชันแนล ต่างร่วงลงมากกว่า 2% จากแนวโน้มที่ซบเซาของภาคอุตสาหกรรมนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ในรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังเผยให้เห็นว่าบรรดาคณะกรรมการมีความกังวลว่าความตึงเครียดทางการค้ายังคงถ่วงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ตัวเลขการจ้างงานมั่นคงและตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

รายงานนี้ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินนัดถัดไปในช่วงปลายเดือน ท่ามกลางความคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ (17 ก.ค.) พุ่งแรง ทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ หลังดอลลาร์อ่อนค่าลงและนักลงทุนคาดหมายว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 12.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,423.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
น้ำมันลงอีก-ทองพุุ่ง $12 หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม

มาร์เกตวอตช์/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันขยับลงแตะระดับต่ำสุดในรอบราวๆ 2 สัปดาห์ในวันพุธ (17 ก.ค.) หลังพบคลังเชื้อเพลิงสำรองสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดหมาย ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่ทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 84 เซ็นต์ ปิดที่ 56.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 69 เซ็นต์ ปิดที่ 63.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานในวันพุธ (17 ก.ค.) พบว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศลดลง 5 สัปดาห์ติด แต่น้อยกว่าที่คาดหมายไว้ ส่วนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมนั้นเพิ่มขึ้นพอสมควร

รายงานระบุว่า คลังน้ำม้นดิบสำรองของสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กรกฎาคม ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าน่าจะลดลงถึง 4.2 ล้านบาร์เรล ส่วนสต๊อกเบนซินเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล และสต๊อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 5.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์เดียวกัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธ (17 ก.ค.) ปิดลบพอสมควร ตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม หลังจากเฟดให้คำจำกัดความการเติบโตของเศรษฐกิจอเมริกาในรายงานว่า “ปานกลาง”

ดาวโจนส์ ลดลง 115.78 จุด (0.42 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,219.85 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 19.62 จุด (0.65 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,984.42 จุด แนสแดค ลดลง 37.59 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,185.21 จุด

หุ้นของเหล่าสมาชิกดาวโจนส์ อย่าง แคตเทอร์พิลลาร์, ยูไนเต็ด เทคโนโลยี และฮันนีเวลล์ อินเตอร์เนชันแนล ต่างร่วงลงมากกว่า 2% จากแนวโน้มที่ซบเซาของภาคอุตสาหกรรมนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ในรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังเผยให้เห็นว่าบรรดาคณะกรรมการมีความกังวลว่าความตึงเครียดทางการค้ายังคงถ่วงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ตัวเลขการจ้างงานมั่นคงและตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

รายงานนี้ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินนัดถัดไปในช่วงปลายเดือน ท่ามกลางความคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ (17 ก.ค.) พุ่งแรง ทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ หลังดอลลาร์อ่อนค่าลงและนักลงทุนคาดหมายว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 12.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,423.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
18 กรกฎาคม 2019, 09:19:01 น.
สภาล่างตีตกญัตติเริ่มกระบวนการถอดถอนทรัมป์ จากประเด็นเหยียดเชื้อชาติ

เอเอฟพี - สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯในวันพุธ(17ก.ค.) ลงมติปฏิเสธญัตติเริ่มกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาคองเกรสรายหนึ่ง ฝังกลบความพยายามที่จุดชนวนขึ้นจากกระแสความขุ่นเคืองต่อกรณีที่ประธานาธิบดีนี้ใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติกลุ่มส.ส.หญิงของพรรคเดโมแครต

สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯลงมติ 332 ต่อ 95 เสียงตีตกญัตติที่เสนอโดย อัล กรีน สมาชิกจากเดโมแครตที่เสนอให้เริ่มกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์พ้นจากตำแหน่ง

นอกเหนือจากสมาชิกรีพับลิกันทุกคนแล้ว เสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกเดโมแครตทั้งหมด 235 คนในสภาล่าง ต่างยกมือสนับสนุนเลื่อนข้อเสนอถอดถอนออกไปโดยไม่มีกำหนด แม้มีส.ส.เดโมแครตมากสุดเป็นประวัติการณ์ที่อยากให้มีการพิจารณาหัวข้อการถอดถอนทรัมป์

ญัตติที่เสนอโดยกรีน เป็นการแสวงประโยชน์จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆต่อตัวทรัมป์ หลังจากเมื่อเร็วๆนี้ประธานาธิบดีออกมาโจมตี 4 ส.ส.หญิงผิวสีรุ่นใหม่ไฟแรงของพรรคเดโมแครต จนเรียกเสียงประณามว่าเขาเป็น “พวกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ” และ “พวกเกลียดกลัวคนต่างชาติ”

กรีน ใช้ความพยายามถึง 2 ครั้งในการผลักดันญัตติให้ผ่านความเห็นชอบ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว อย่างไรก็ตามในวันพุธ(17ก.ค.) ถือเป็นครั้งแรกที่สภาผู้แทนราษฎรเต็มคณะพิจารณากันในประเด็นนี้ นับตั้งแต่เดโมแครตครองเสียงข้างมากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
สภาล่างตีตกญัตติเริ่มกระบวนการถอดถอนทรัมป์ จากประเด็นเหยียดเชื้อชาติ

เอเอฟพี - สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯในวันพุธ(17ก.ค.) ลงมติปฏิเสธญัตติเริ่มกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาคองเกรสรายหนึ่ง ฝังกลบความพยายามที่จุดชนวนขึ้นจากกระแสความขุ่นเคืองต่อกรณีที่ประธานาธิบดีนี้ใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติกลุ่มส.ส.หญิงของพรรคเดโมแครต

สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯลงมติ 332 ต่อ 95 เสียงตีตกญัตติที่เสนอโดย อัล กรีน สมาชิกจากเดโมแครตที่เสนอให้เริ่มกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์พ้นจากตำแหน่ง

นอกเหนือจากสมาชิกรีพับลิกันทุกคนแล้ว เสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกเดโมแครตทั้งหมด 235 คนในสภาล่าง ต่างยกมือสนับสนุนเลื่อนข้อเสนอถอดถอนออกไปโดยไม่มีกำหนด แม้มีส.ส.เดโมแครตมากสุดเป็นประวัติการณ์ที่อยากให้มีการพิจารณาหัวข้อการถอดถอนทรัมป์

ญัตติที่เสนอโดยกรีน เป็นการแสวงประโยชน์จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆต่อตัวทรัมป์ หลังจากเมื่อเร็วๆนี้ประธานาธิบดีออกมาโจมตี 4 ส.ส.หญิงผิวสีรุ่นใหม่ไฟแรงของพรรคเดโมแครต จนเรียกเสียงประณามว่าเขาเป็น “พวกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ” และ “พวกเกลียดกลัวคนต่างชาติ”

กรีน ใช้ความพยายามถึง 2 ครั้งในการผลักดันญัตติให้ผ่านความเห็นชอบ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว อย่างไรก็ตามในวันพุธ(17ก.ค.) ถือเป็นครั้งแรกที่สภาผู้แทนราษฎรเต็มคณะพิจารณากันในประเด็นนี้ นับตั้งแต่เดโมแครตครองเสียงข้างมากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
18 กรกฎาคม 2019, 09:20:09 น.
วุฒิสมาชิกมะกันถล่มแผนเงิน “ลิบรา” ชี้ไอเดียเข้าท่า แต่เฟซบุ๊กไว้ใจไม่ได้

เอเจนซีส์ - “เฟซบุ๊ก” อ่วม ถูกส.ว.สหรัฐฯ รัวคำถามเป็นชุดระหว่างการทำประชาพิจารณ์ครั้งแรกเมื่อวันอังคาร (16 ก.ค.) เกี่ยวกับเงินตราดิจิทัล “ลิบรา” โดยเหล่าสมาชิกวุฒิสภาชี้ แม้ลิบราอาจเป็นนวัตกรรมการเงินที่มีประโยชน์ แต่เรื่องอื้อฉาวครั้งแล้วครั้งเล่าของเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะข้อบกพร่องในการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้พิสูจน์ว่า ผู้นำโซเชียลมีเดียแห่งนี้ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ

ในการทำประชาพิจารณ์ครั้งแรกคราวแรก เดวิด มาร์คัส ประธานบริหาร “ลิบรา” เงินตราดิจิทัลที่เฟซบุ๊กเปิดตัวเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ได้ปกป้องแผนการนี้ระหว่างให้ปากคำกับคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ นานกว่า 2 ชั่วโมง โดยเขาให้สัญญาว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งหลายทั้งปวงเพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรม

อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกหลายคนเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของแผนการดังกล่าว และตั้งคำถามว่า หลังจากบริษัทมีข้อบกพร่องมากมายเกี่ยวกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวและข้อมูลของผู้บริโภค จะยังไว้ใจเฟซบุ๊กได้อีกหรือ รวมถึงตั้งข้อสงสัยว่า สมาคมคาลิบราที่เฟซบุ๊กก่อตั้งขึ้นร่วมกับบริษัทเกือบ 30 แห่งจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อบริหารจัดการลิบราจะมีการควบคุมจัดระเบียบกันอย่างไร

เมื่อถูกถามว่า ผู้บริโภคจะไว้ใจได้อย่างไรว่า เฟซบุ๊กจะไม่นำข้อมูลการชำระเงินไปแบ่งปันกับหน่วยงานหรือบริการอื่นๆ มาร์คัส อดีตผู้บริหารบริการชำระเงิน “เพย์พัล” ยอมรับว่า ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเคยประกาศว่า หากจำเป็น คาลิบราจะแบ่งปันข้อมูลกับเฟซบุ๊กและบุคคลภายนอก เมื่อได้รับการยินยอมจากผู้ใช้หรือในกรณีจำกัดเท่านั้น

ส.ว.มาร์ธา แมคแซลลี แห่งพรรค รีพับลิกันจากรัฐแอริโซนา ระบุตรงไปตรงมาว่า ไม่ไว้ใจเฟซบุ๊กเลย พร้อมตั้งชี้ว่า ผู้นำวงการโซเชียลมีเดียแห่งนี้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมกับอ้างว่าจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเคยให้สัญญาแบบนี้และผิดสัญญามาแล้ว

ขณะที่ จอห์น เคนเนดี ส.ว.รีพับลิกันจากลุยเซียนา ยิงคำถามใส่มาร์คัสเป็นชุด เช่น เฟซบุ๊กรู้เรื่องที่รัสเซียใช้แพลตฟอร์มของบริษัทก่อกวนก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2016 หรือไม่

เฟซบุ๊กเองนั้นมีแผนเปิดตัวลิบราในปีหน้า โดยมีระบบตะกร้าสกุลเงินรองรับ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนแบบที่เกิดขึ้นกับบิตคอยน์ และเงินคริปโตสกุลอื่นๆ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากทางการ นอกจากนั้น มาร์คัสยังระบุว่าเฟซบุ๊กกำลังร่วมมือกับหน่วยงานกำกับตรวจสอบทั่วโลก

มาร์คัส ซึ่งมีกำหนดไปให้การกับคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ (17) เสริมว่า ลิบราต้องการแก้ปัญหาสำคัญ และย้ำว่าคริปโตสกุลใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการธนาคารดั้งเดิม อีกทั้งยังมีประโยชน์ในแง่ค่าธรรมเนียมและความรวดเร็วในการโอนเงิน

กระนั้น ส.ว.บางคนถามว่า เฟซบุ๊กจะรักษาสัญญาในเรื่องการไม่ผนวกข้อมูลของแพล็ตฟอร์มลิบรากับเฟซบุ๊กและข้อมูลแบบกำหนดเป้าหมายหรือไม่


เชอร์ร็อด บราวน์ ส.ว.เดโมแครตจากโอไฮโอ สำทับว่า เฟซบุ๊กอาจไม่ตั้งใจที่จะทำให้เกิดอันตราย แต่ก็ไม่ได้เคารพพลังอำนาจของเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์อยู่ และว่าจากเรื่องอื้อฉาวครั้งแล้วครั้งเล่า เฟซบุ๊กได้แสดงให้เห็นแล้วว่า บริษัทไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ แต่ควรได้รับการปฏิบัติในฐานะองค์กรธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรเหมือนกับบริษัททั่วไป

อย่างไรก็ตาม ไมค์ คราโป ส.ว.รีพับลิกันจากไอดาโฮ กล่าวว่า แม้มีความไม่แน่นอนมากมาย แต่เป้าหมายสำหรับระบบชำระเงินที่เฟซบุ๊กประกาศไว้สมควรได้รับการยกย่อง เนื่องจากหากดำเนินการอย่างเหมาะสม ลิบราอาจเป็นประโยชน์ในแง่การขยายช่องทางเข้าถึงระบบการเงินและบริการการชำระเงินที่มีต้นทุนต่ำและรวดเร็วขึ้น

ก่อนหน้านี้ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (15) สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนเฟซบุ๊กว่า ยังต้องดำเนินการอีกหลายอย่าง รวมทั้งต้องมีมาตรฐานระดับสูงมากก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้จัดการธุรกรรมการเงินและเข้าถึงระบบการเงิน ไม่ว่าจะดำเนินการในรูปธนาคารหรือไม่ก็ตาม

มนูชินสำทับว่า กระทรวงการคลังพร้อมต้อนรับนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการเงิน แต่เป้าหมายสำคัญที่สุดคือ การรักษาบูรณภาพของระบบการเงินและป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
วุฒิสมาชิกมะกันถล่มแผนเงิน “ลิบรา” ชี้ไอเดียเข้าท่า แต่เฟซบุ๊กไว้ใจไม่ได้

เอเจนซีส์ - “เฟซบุ๊ก” อ่วม ถูกส.ว.สหรัฐฯ รัวคำถามเป็นชุดระหว่างการทำประชาพิจารณ์ครั้งแรกเมื่อวันอังคาร (16 ก.ค.) เกี่ยวกับเงินตราดิจิทัล “ลิบรา” โดยเหล่าสมาชิกวุฒิสภาชี้ แม้ลิบราอาจเป็นนวัตกรรมการเงินที่มีประโยชน์ แต่เรื่องอื้อฉาวครั้งแล้วครั้งเล่าของเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะข้อบกพร่องในการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้พิสูจน์ว่า ผู้นำโซเชียลมีเดียแห่งนี้ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ

ในการทำประชาพิจารณ์ครั้งแรกคราวแรก เดวิด มาร์คัส ประธานบริหาร “ลิบรา” เงินตราดิจิทัลที่เฟซบุ๊กเปิดตัวเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ได้ปกป้องแผนการนี้ระหว่างให้ปากคำกับคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ นานกว่า 2 ชั่วโมง โดยเขาให้สัญญาว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งหลายทั้งปวงเพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรม

อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกหลายคนเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของแผนการดังกล่าว และตั้งคำถามว่า หลังจากบริษัทมีข้อบกพร่องมากมายเกี่ยวกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวและข้อมูลของผู้บริโภค จะยังไว้ใจเฟซบุ๊กได้อีกหรือ รวมถึงตั้งข้อสงสัยว่า สมาคมคาลิบราที่เฟซบุ๊กก่อตั้งขึ้นร่วมกับบริษัทเกือบ 30 แห่งจากอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อบริหารจัดการลิบราจะมีการควบคุมจัดระเบียบกันอย่างไร

เมื่อถูกถามว่า ผู้บริโภคจะไว้ใจได้อย่างไรว่า เฟซบุ๊กจะไม่นำข้อมูลการชำระเงินไปแบ่งปันกับหน่วยงานหรือบริการอื่นๆ มาร์คัส อดีตผู้บริหารบริการชำระเงิน “เพย์พัล” ยอมรับว่า ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กเคยประกาศว่า หากจำเป็น คาลิบราจะแบ่งปันข้อมูลกับเฟซบุ๊กและบุคคลภายนอก เมื่อได้รับการยินยอมจากผู้ใช้หรือในกรณีจำกัดเท่านั้น

ส.ว.มาร์ธา แมคแซลลี แห่งพรรค รีพับลิกันจากรัฐแอริโซนา ระบุตรงไปตรงมาว่า ไม่ไว้ใจเฟซบุ๊กเลย พร้อมตั้งชี้ว่า ผู้นำวงการโซเชียลมีเดียแห่งนี้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมกับอ้างว่าจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเคยให้สัญญาแบบนี้และผิดสัญญามาแล้ว

ขณะที่ จอห์น เคนเนดี ส.ว.รีพับลิกันจากลุยเซียนา ยิงคำถามใส่มาร์คัสเป็นชุด เช่น เฟซบุ๊กรู้เรื่องที่รัสเซียใช้แพลตฟอร์มของบริษัทก่อกวนก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2016 หรือไม่

เฟซบุ๊กเองนั้นมีแผนเปิดตัวลิบราในปีหน้า โดยมีระบบตะกร้าสกุลเงินรองรับ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนแบบที่เกิดขึ้นกับบิตคอยน์ และเงินคริปโตสกุลอื่นๆ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากทางการ นอกจากนั้น มาร์คัสยังระบุว่าเฟซบุ๊กกำลังร่วมมือกับหน่วยงานกำกับตรวจสอบทั่วโลก

มาร์คัส ซึ่งมีกำหนดไปให้การกับคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ (17) เสริมว่า ลิบราต้องการแก้ปัญหาสำคัญ และย้ำว่าคริปโตสกุลใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการธนาคารดั้งเดิม อีกทั้งยังมีประโยชน์ในแง่ค่าธรรมเนียมและความรวดเร็วในการโอนเงิน

กระนั้น ส.ว.บางคนถามว่า เฟซบุ๊กจะรักษาสัญญาในเรื่องการไม่ผนวกข้อมูลของแพล็ตฟอร์มลิบรากับเฟซบุ๊กและข้อมูลแบบกำหนดเป้าหมายหรือไม่


เชอร์ร็อด บราวน์ ส.ว.เดโมแครตจากโอไฮโอ สำทับว่า เฟซบุ๊กอาจไม่ตั้งใจที่จะทำให้เกิดอันตราย แต่ก็ไม่ได้เคารพพลังอำนาจของเทคโนโลยีที่ใช้ประโยชน์อยู่ และว่าจากเรื่องอื้อฉาวครั้งแล้วครั้งเล่า เฟซบุ๊กได้แสดงให้เห็นแล้วว่า บริษัทไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ แต่ควรได้รับการปฏิบัติในฐานะองค์กรธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรเหมือนกับบริษัททั่วไป

อย่างไรก็ตาม ไมค์ คราโป ส.ว.รีพับลิกันจากไอดาโฮ กล่าวว่า แม้มีความไม่แน่นอนมากมาย แต่เป้าหมายสำหรับระบบชำระเงินที่เฟซบุ๊กประกาศไว้สมควรได้รับการยกย่อง เนื่องจากหากดำเนินการอย่างเหมาะสม ลิบราอาจเป็นประโยชน์ในแง่การขยายช่องทางเข้าถึงระบบการเงินและบริการการชำระเงินที่มีต้นทุนต่ำและรวดเร็วขึ้น

ก่อนหน้านี้ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (15) สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนเฟซบุ๊กว่า ยังต้องดำเนินการอีกหลายอย่าง รวมทั้งต้องมีมาตรฐานระดับสูงมากก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้จัดการธุรกรรมการเงินและเข้าถึงระบบการเงิน ไม่ว่าจะดำเนินการในรูปธนาคารหรือไม่ก็ตาม

มนูชินสำทับว่า กระทรวงการคลังพร้อมต้อนรับนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการเงิน แต่เป้าหมายสำคัญที่สุดคือ การรักษาบูรณภาพของระบบการเงินและป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX
18 กรกฎาคม 2019, 09:25:11 น.
หัวเว่ยชี้รัฐบาลอิตาลีเลือกปฏิบัติกรณีเครือข่าย 5G

เอเจนซีส์ - กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคมของจีน "หัวเว่ย เทคโนโลยี" วิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลอิตาลี เพื่อแทรกแซงการพัฒนาบริการโทรคมนาคม 5G โดยบอกว่า อิตาลีเลือกปฏิบัติกับหัวเว่ย

ลุยจิ เดอ เวคคิส ประธานหัวเว่ยอิตาลี ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าว ในการไต่สวนของรัฐสภา หลังจากที่รัฐบาลได้ออกคำสั่งเร่งด่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับที่เรียกว่า "อำนาจทองคำ" ในการแทรกแซงธุรกิจนี้ของภาคเอกชน

แหล่งข่าวซึ่งเป็นคนในรัฐบาลอิตาลีบอกว่า รัฐบาลทำแบบนั้นเพราะกังวลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ Huawei และผู้ผลิตอุปกรณ์จีน ZTE Corp ในการพัฒนาเครือข่าย 5G

สหรัฐอเมริกาได้โน้มน้าวอิตาลีและพันธมิตรในยุโรปรายอื่นๆ ให้หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ย และตรวจสอบอย่างใกล้ชิดกับ ZTE โดยอ้างว่าอาจมีความเสี่ยงต่อความมั่นคง ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยเพิ่งประกาศแผนลงทุนกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ที่อิตาลี ในระยะเวลา 3 ปี และยืนยันข่าวที่ว่า บริษัทเตรียมปลดพนักงาน 1,000 คนในอเมริกา

โดยในช่วง 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนในอิตาลี 1,900 ล้านดอลลาร์ในการจัดซื้อชิ้นส่วน และ 1,200 ล้านดอลลาร์ในการดำเนินงานและการตลาด ซึ่ง 52 ล้านดอลลาร์ในจำนวนนี้จะอัดฉีดให้การวิจัยและพัฒนา
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
RabbitFX Hero Member กระทู้: 1241
หัวเว่ยชี้รัฐบาลอิตาลีเลือกปฏิบัติกรณีเครือข่าย 5G

เอเจนซีส์ - กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคมของจีน "หัวเว่ย เทคโนโลยี" วิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจที่มากขึ้นของรัฐบาลอิตาลี เพื่อแทรกแซงการพัฒนาบริการโทรคมนาคม 5G โดยบอกว่า อิตาลีเลือกปฏิบัติกับหัวเว่ย

ลุยจิ เดอ เวคคิส ประธานหัวเว่ยอิตาลี ได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าว ในการไต่สวนของรัฐสภา หลังจากที่รัฐบาลได้ออกคำสั่งเร่งด่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับที่เรียกว่า "อำนาจทองคำ" ในการแทรกแซงธุรกิจนี้ของภาคเอกชน

แหล่งข่าวซึ่งเป็นคนในรัฐบาลอิตาลีบอกว่า รัฐบาลทำแบบนั้นเพราะกังวลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ Huawei และผู้ผลิตอุปกรณ์จีน ZTE Corp ในการพัฒนาเครือข่าย 5G

สหรัฐอเมริกาได้โน้มน้าวอิตาลีและพันธมิตรในยุโรปรายอื่นๆ ให้หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ย และตรวจสอบอย่างใกล้ชิดกับ ZTE โดยอ้างว่าอาจมีความเสี่ยงต่อความมั่นคง ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยเพิ่งประกาศแผนลงทุนกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ที่อิตาลี ในระยะเวลา 3 ปี และยืนยันข่าวที่ว่า บริษัทเตรียมปลดพนักงาน 1,000 คนในอเมริกา

โดยในช่วง 3 ปีข้างหน้า หัวเว่ยจะลงทุนในอิตาลี 1,900 ล้านดอลลาร์ในการจัดซื้อชิ้นส่วน และ 1,200 ล้านดอลลาร์ในการดำเนินงานและการตลาด ซึ่ง 52 ล้านดอลลาร์ในจำนวนนี้จะอัดฉีดให้การวิจัยและพัฒนา
#รอกันให้เป็นไม่ว่าจะบวกหรือลบ
#ทำ_Active_ให้เป็น_Passive_
namnueng
18 กรกฎาคม 2019, 12:53:21 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ทำให้บรรยากาศการลงทุนแย่ลงเมื่อเขากลับมาเล่นแง่กับการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกครั้งโดยบอกว่าภาษีสินค้านำเข้าจำนวน 325 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บเมื่อใดก็ได้แม้ว่าทางรัฐบาลจีนจะพยายามอย่างสุดกำลังในการเจรจาการค้าเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ สกุลเงินเอเชียและตลาดหุ้นทั่วโลกจึงพากันปรับตัวลดลง

รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศโดยเฟดในช่วงเช้าของวันนี้ไม่เป็นที่น่ายินดีสำหรับนักลงทุน ในรายงานสรุปว่าเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงและความเป็นไปได้ที่อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อ เฟดยังคงจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปจนถึงช่วงสิ้นเดือนนี้ เมื่อรายงานสรุปฯ ออกมาเป็นเช่นนี้จึงทำให้สกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลง ตลาดหุ้นร่วงลงเพราะความกลัวของนักลงทุนในตลาด ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเทรดในวันนี้ผู้เทรดควรจับตาดูการประกาศตัวเลขยอดขายปลีกรายเดือนของสหราชอาณาจักร, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ที่แล้วของสหรัฐฯ และรายงานดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดเฟียเดือนกรกฎาคม ในวันพรุ่งนี้ประเทศญี่ปุ่นจะมีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคประจำชาติเดือนมิถุนายนซึ่งตลาดคาดว่าตัวเลขน่าจะคงที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน
18 กรกฎาคม 2019, 12:53:21 น.
namnueng Hero Member กระทู้: 2100
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ทำให้บรรยากาศการลงทุนแย่ลงเมื่อเขากลับมาเล่นแง่กับการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกครั้งโดยบอกว่าภาษีสินค้านำเข้าจำนวน 325 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บเมื่อใดก็ได้แม้ว่าทางรัฐบาลจีนจะพยายามอย่างสุดกำลังในการเจรจาการค้าเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ สกุลเงินเอเชียและตลาดหุ้นทั่วโลกจึงพากันปรับตัวลดลง

รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศโดยเฟดในช่วงเช้าของวันนี้ไม่เป็นที่น่ายินดีสำหรับนักลงทุน ในรายงานสรุปว่าเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงและความเป็นไปได้ที่อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อ เฟดยังคงจะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปจนถึงช่วงสิ้นเดือนนี้ เมื่อรายงานสรุปฯ ออกมาเป็นเช่นนี้จึงทำให้สกุลเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลง ตลาดหุ้นร่วงลงเพราะความกลัวของนักลงทุนในตลาด ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

คำแนะนำสำหรับการเทรดในวันนี้ผู้เทรดควรจับตาดูการประกาศตัวเลขยอดขายปลีกรายเดือนของสหราชอาณาจักร, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ที่แล้วของสหรัฐฯ และรายงานดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดเฟียเดือนกรกฎาคม ในวันพรุ่งนี้ประเทศญี่ปุ่นจะมีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคประจำชาติเดือนมิถุนายนซึ่งตลาดคาดว่าตัวเลขน่าจะคงที่ทำให้สกุลเงินดอลลาร์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยน
kittikom
18 กรกฎาคม 2019, 13:32:35 น.
ขอบคุณครับ
18 กรกฎาคม 2019, 13:32:35 น.
kittikom Hero Member กระทู้: 660
ขอบคุณครับ
Greenpips
18 กรกฎาคม 2019, 16:24:31 น.
น้ำมันลงอีก,ทองพุ่ง $12 หุ้นสหรัฐฯปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม

เผยแพร่: 18 ก.ค. 2562 05:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มาร์เก็ตวอตช์/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันขยับลงแตะระดับต่ำสุดในรอบราวๆ 2 สัปดาห์ในวันพุธ(17ก.ค.) หลังพบคลังเชื้อเพลิงสำรองสหรัฐฯลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดหมาย ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่ทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 84 เซนต์ ปิดที่ 56.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 69 เซนต์ ปิดที่ 63.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯเผยแพร่รายงานในวันพุธ(17ก.ค.) พบว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศลดลง 5 สัปดาห์ติด แต่น้อยกว่าที่คาดหมายไว้ ส่วนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมนั้นเพิ่มขึ้นพอสมควร

รายงานระบุว่าคลังน้ำม้นดิบสำรองของสหรัฐฯในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กรกฎาคม ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าน่าจะลดลงถึง 4.2 ล้านบาร์เรล ส่วนสต๊อกเบนซิน เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลและสต๊อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 5.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์เดียวกัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพุธ(17ก.ค.) ปิดลบพอสมควร ตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม หลังจากเฟดให้คำจำกัดความการเติบโตของเศรษฐกิจอเมริกาในรายงานว่า "ปานกลาง"

ดาวโจนส์ ลดลง 115.78 จุด (0.42 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,219.85 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 19.62 จุด (0.65 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,984.42 จุด แนสแดค ลดลง 37.59 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,185.21 จุด

หุ้นของเหล่าสมาชิกดาวโจนส์ อย่าง แคทเทอร์พิลลาร์, ยูไนเต็ด เทคโนโลยี และฮันนีเวลล์ อินเตอร์เนชันแนล ต่างร่วงลงมากกว่า 2% จากแนวโน้มที่ซบเซาของภาคอุตสาหกรรมนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว

ขณะเดียวกันในรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ยังเผยให้เห็นว่าบรรดาคณะกรรมการมีความกังวลว่าความตึงเครียดทางการค้ายังคงถ่วงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ตัวเลขการจ้างงานมั่นคงและตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

รายงานนี้ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินนัดถัดไปในช่วงปลายเดือน ท่ามกลางความคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ(17ก.ค.) พุ่งแรง ทำถสิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ หลังดอลลาร์อ่อนค่าลงและนักลงทุนคาดหมายว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 12.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,423.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
จะขอล้างพอร์ต เป็นครั้งสุดท้าย  จริง ๆ นะ  ไม่โลภ
18 กรกฎาคม 2019, 16:24:31 น.
Greenpips Hero Member กระทู้: 695
น้ำมันลงอีก,ทองพุ่ง $12 หุ้นสหรัฐฯปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม

เผยแพร่: 18 ก.ค. 2562 05:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มาร์เก็ตวอตช์/เอเอฟพี - ราคาน้ำมันขยับลงแตะระดับต่ำสุดในรอบราวๆ 2 สัปดาห์ในวันพุธ(17ก.ค.) หลังพบคลังเชื้อเพลิงสำรองสหรัฐฯลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดหมาย ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบตามแรงฉุดกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่ทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 84 เซนต์ ปิดที่ 56.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 69 เซนต์ ปิดที่ 63.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯเผยแพร่รายงานในวันพุธ(17ก.ค.) พบว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศลดลง 5 สัปดาห์ติด แต่น้อยกว่าที่คาดหมายไว้ ส่วนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมนั้นเพิ่มขึ้นพอสมควร

รายงานระบุว่าคลังน้ำม้นดิบสำรองของสหรัฐฯในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กรกฎาคม ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดหมายไว้ว่าน่าจะลดลงถึง 4.2 ล้านบาร์เรล ส่วนสต๊อกเบนซิน เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลและสต๊อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 5.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์เดียวกัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพุธ(17ก.ค.) ปิดลบพอสมควร ตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม หลังจากเฟดให้คำจำกัดความการเติบโตของเศรษฐกิจอเมริกาในรายงานว่า "ปานกลาง"

ดาวโจนส์ ลดลง 115.78 จุด (0.42 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 27,219.85 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 19.62 จุด (0.65 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,984.42 จุด แนสแดค ลดลง 37.59 จุด (0.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,185.21 จุด

หุ้นของเหล่าสมาชิกดาวโจนส์ อย่าง แคทเทอร์พิลลาร์, ยูไนเต็ด เทคโนโลยี และฮันนีเวลล์ อินเตอร์เนชันแนล ต่างร่วงลงมากกว่า 2% จากแนวโน้มที่ซบเซาของภาคอุตสาหกรรมนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว

ขณะเดียวกันในรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ยังเผยให้เห็นว่าบรรดาคณะกรรมการมีความกังวลว่าความตึงเครียดทางการค้ายังคงถ่วงความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ตัวเลขการจ้างงานมั่นคงและตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ

รายงานนี้ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนหน้าการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินนัดถัดไปในช่วงปลายเดือน ท่ามกลางความคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ(17ก.ค.) พุ่งแรง ทำถสิติสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ หลังดอลลาร์อ่อนค่าลงและนักลงทุนคาดหมายว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 12.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,423.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
จะขอล้างพอร์ต เป็นครั้งสุดท้าย  จริง ๆ นะ  ไม่โลภ
1

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
FBS
FBS