busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
exness
Xm Moto GP2019
ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

สรุปข่าวต่างประเทศประจำวันที่น่าสนใจ

ตอบ296 อ่าน3309
tuinui
13 สิงหาคม 2019, 21:40:28 น.
สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.9% ในไตรมาส 2 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.8%

ONS ยังเปิดเผยว่า ผู้ที่มีงานทำในอังกฤษมีจำนวน 32.811 ล้านคนในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 115,000 คน ขณะที่ผู้ว่างงานมีจำนวนลดลง 33,000 คน สู่ระดับ 1.33 ล้านคน

ONS เปิดเผยว่า การขยายตัวของค่าจ้าง โดยรวมโบนัส อยู่ที่ระดับ 3.7% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2551 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ขณะเดียวกัน ONS ยังเปิดเผยว่า การขยายตัวของค่าจ้าง ไม่รวมโบนัส อยู่ที่ระดับ 3.9% ในไตรมาส 2 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.8%

นอกจากนี้ ตัวเลขผลผลิตต่อชั่วโมงลดลง 0.6% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2556

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3027116
แชร์กระทู้นี้
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.9% ในไตรมาส 2 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.8%

ONS ยังเปิดเผยว่า ผู้ที่มีงานทำในอังกฤษมีจำนวน 32.811 ล้านคนในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 115,000 คน ขณะที่ผู้ว่างงานมีจำนวนลดลง 33,000 คน สู่ระดับ 1.33 ล้านคน

ONS เปิดเผยว่า การขยายตัวของค่าจ้าง โดยรวมโบนัส อยู่ที่ระดับ 3.7% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2551 และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ขณะเดียวกัน ONS ยังเปิดเผยว่า การขยายตัวของค่าจ้าง ไม่รวมโบนัส อยู่ที่ระดับ 3.9% ในไตรมาส 2 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.8%

นอกจากนี้ ตัวเลขผลผลิตต่อชั่วโมงลดลง 0.6% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2556

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3027116
แชร์กระทู้นี้
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 09:03:06 น.
"ฮัล แลมเบิร์ต" ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)บริษัทพอยท์ บริดจ์ แคปปิตัล เฟาเดอร์ ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อในฮ่องกงจะส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจนำเงินเข้าไปลงทุนในฮ่องกงของบรรดานักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนชาวฮ่องกงโดยตรง

การชุมนุมประท้วงของชาวฮ่องกงครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณความรุนแรงมากขึ้น เริ่มจากช่วงเย็นของวันที่ 2 ส.ค.ที่ประชาชนไปรวมตัวกันตามถนนสายต่างๆ ตามาด้วยวันที่ 5 ส.ค.ที่เป็นการท้าทายทางการจีน จนมาถึงการปิดสนามบินเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมมีหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่ทนายความไปจนถึงนักเรียน นักเคลื่อนไหวไปจนถึงผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการบิน ก่อสร้าง การศึกษา การเงิน สุขภาพ ค้าปลีก

บรรดาบริษัทชื่อดังระดับโลก7 แห่งของฮ่องกง ที่อยู่ในรายชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกจาก 500 บริษัท รวมถึง เลอโนโว ซีเค ฮัทชิสัน และธนาคารพาณิชย์ระดับโลก ต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยผลกระทบที่ว่านี้่จะลามไปถึงผลประกอบการ ส่งผลกระทบต่อไปยังห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนโดยรวม

แม้แต่แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ยังเตือนว่า กิจกรรมการประท้วงที่ผิดกฎหมายโดยอ้างสิทธิเสรีภาพกำลังทำลายหลักนิติธรรม และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว โดยผลกระทบอาจรุนแรงกว่าวิกฤตในปี 2546 และ2551 ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวกลับคืนมาได้ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า มีโอกาสเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรง หากวิกฤตการเมืองในฮ่องกงยังคงยืดเยื้อต่อไป

แฟรงค์ ชานเลขาธิการด้านการขนส่งของฮ่องกง เปิดเผยว่า เมื่อปี2561 สนามบินฮ่องกงรองรับผู้โดยสารมากถึง 74 ล้านคน และมีเที่ยวบินจำนวนกว่า 1,000 เที่ยวทั้งเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ 200 จุดหมายทางทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วน 5% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ซึ่งการปิดสนามบินจะสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่านับสิบล้านดอลลาร์ และถึงแม้จะกลับมาเปิดสนามบินฮ่องกงได้ตามปกติ แต่ความเสียหายยังส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายเดือนข้างหน้าจากการยกเลิกและการจองตั๋วโดยสารใหม่

ขณะที่บทวิเคราะห์ของซีเอ็นบีซี ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อมานานกว่า2เดือนในฮ่องกงกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ การค้า การลงทุนในฮ่องกงโดยตรงและในระยะสั้น สิ่งที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญ และนักเศรษฐศาสตร์วิตกกังวลคือ เศรษฐกิจของฮ่องกงจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่วนในระยะยาวนั้นฮ่องกงจะสูญเสียชื่อเสียงในฐานะเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคที่มีความน่าเชื่อถือในสายตาบรรดานักลงทุนต่างชาติ

บรรดานักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นว่า เหตุผลที่วิตกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพราะการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐและจีนกำลังทำสงครามการค้าระหว่างกัน ทำให้ยอดส่งออกสินค้าของฮ่องกงปรับตัวลดลง ซึ่งท้ายที่สุดจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงตลอดทั้งปีปรับตัวลดลง

ล่าสุดธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงปรับตัวลดลง 6.7% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และร่วงลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 สื่อชั้นนำของฮ่องกงอย่างเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ระบุว่ายอดขายของบริษัทค้าปลีกในฮ่องกงปรับตัวร่วงลง 50%-70% ตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมียอดขายต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ฮ่องกง แต่มีภาระค่าเช่าต่อเดือนที่มากถึง 2 หมื่นดอลลาร์ฮ่องกงต่อเดือน

“ท่ามกลางภาวะสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ทำให้สถานการณ์ธุรกิจในฮ่องกงแย่มากแล้ว ขณะที่การชุมนุมประท้วงยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ที่สุด”เจ้าของบริษัทค้าปลีกในฮ่องกงแห่งหนึ่ง กล่าว

นอกจากค้าปลีกจะย่ำแย่ลงแล้ว กระแสเงินลงทุนในตลาดหุ้นของฮ่องกงที่มีมูลค่ารวม 4.9 ล้านล้านดอลลาร์ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ต่างจากยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงที่ปรับตัวลง

“นี่ไม่ได้เป็นหายนะในระยะสั้น ทุกคนพากันพลาดนัดหมายและการวางแผนทางธุรกิจ การประชุมทางธุรกิจก็ไม่สามารถทำได้ แต่ในระยะยาว เมื่อคิดถึงบรรดาบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในฮ่องกงแล้ว พวกเขากำลังคิดที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ไปตั้งที่สิงคโปร์ หรืออาจจะย้ายไปไต้หวัน หรือกรุงโตเกียว”สตีฟ ออร์ลิน ประธานคณะกรรมการด้านความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ให้ความเห็น

ขณะที่ ฮัล แลมเบิร์ต ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)บริษัทพอยท์ บริดจ์ แคปปิตัล เฟาเดอร์ ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อในฮ่องกงจะส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจนำเงินเข้าไปลงทุนในฮ่องกงของบรรดานักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนชาวฮ่องกงโดยตรง

“ชาวฮ่องกงพยายามโยกเงินออกจากประเทศนี้ และพวกเขาก็พยายามเอาตัวเองออกจากฮ่องกงด้วย และเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เท่ากับเศรษฐกิจของฮ่องกงใกล้จะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยคาดว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงในไตรมาส3 จะหดตัว”แลมเบิร์ต กล่าว

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
"ฮัล แลมเบิร์ต" ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)บริษัทพอยท์ บริดจ์ แคปปิตัล เฟาเดอร์ ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อในฮ่องกงจะส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจนำเงินเข้าไปลงทุนในฮ่องกงของบรรดานักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนชาวฮ่องกงโดยตรง

การชุมนุมประท้วงของชาวฮ่องกงครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณความรุนแรงมากขึ้น เริ่มจากช่วงเย็นของวันที่ 2 ส.ค.ที่ประชาชนไปรวมตัวกันตามถนนสายต่างๆ ตามาด้วยวันที่ 5 ส.ค.ที่เป็นการท้าทายทางการจีน จนมาถึงการปิดสนามบินเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมมีหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่ทนายความไปจนถึงนักเรียน นักเคลื่อนไหวไปจนถึงผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการบิน ก่อสร้าง การศึกษา การเงิน สุขภาพ ค้าปลีก

บรรดาบริษัทชื่อดังระดับโลก7 แห่งของฮ่องกง ที่อยู่ในรายชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกจาก 500 บริษัท รวมถึง เลอโนโว ซีเค ฮัทชิสัน และธนาคารพาณิชย์ระดับโลก ต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยผลกระทบที่ว่านี้่จะลามไปถึงผลประกอบการ ส่งผลกระทบต่อไปยังห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนโดยรวม

แม้แต่แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะบริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ยังเตือนว่า กิจกรรมการประท้วงที่ผิดกฎหมายโดยอ้างสิทธิเสรีภาพกำลังทำลายหลักนิติธรรม และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในระยะยาว โดยผลกระทบอาจรุนแรงกว่าวิกฤตในปี 2546 และ2551 ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวกลับคืนมาได้ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า มีโอกาสเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรง หากวิกฤตการเมืองในฮ่องกงยังคงยืดเยื้อต่อไป

แฟรงค์ ชานเลขาธิการด้านการขนส่งของฮ่องกง เปิดเผยว่า เมื่อปี2561 สนามบินฮ่องกงรองรับผู้โดยสารมากถึง 74 ล้านคน และมีเที่ยวบินจำนวนกว่า 1,000 เที่ยวทั้งเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ 200 จุดหมายทางทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วน 5% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ซึ่งการปิดสนามบินจะสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่านับสิบล้านดอลลาร์ และถึงแม้จะกลับมาเปิดสนามบินฮ่องกงได้ตามปกติ แต่ความเสียหายยังส่งผลต่อเนื่องไปอีกหลายเดือนข้างหน้าจากการยกเลิกและการจองตั๋วโดยสารใหม่

ขณะที่บทวิเคราะห์ของซีเอ็นบีซี ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อมานานกว่า2เดือนในฮ่องกงกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ การค้า การลงทุนในฮ่องกงโดยตรงและในระยะสั้น สิ่งที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญ และนักเศรษฐศาสตร์วิตกกังวลคือ เศรษฐกิจของฮ่องกงจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่วนในระยะยาวนั้นฮ่องกงจะสูญเสียชื่อเสียงในฐานะเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคที่มีความน่าเชื่อถือในสายตาบรรดานักลงทุนต่างชาติ

บรรดานักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นว่า เหตุผลที่วิตกว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพราะการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐและจีนกำลังทำสงครามการค้าระหว่างกัน ทำให้ยอดส่งออกสินค้าของฮ่องกงปรับตัวลดลง ซึ่งท้ายที่สุดจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงตลอดทั้งปีปรับตัวลดลง

ล่าสุดธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงปรับตัวลดลง 6.7% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และร่วงลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 สื่อชั้นนำของฮ่องกงอย่างเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ระบุว่ายอดขายของบริษัทค้าปลีกในฮ่องกงปรับตัวร่วงลง 50%-70% ตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมียอดขายต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ฮ่องกง แต่มีภาระค่าเช่าต่อเดือนที่มากถึง 2 หมื่นดอลลาร์ฮ่องกงต่อเดือน

“ท่ามกลางภาวะสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ทำให้สถานการณ์ธุรกิจในฮ่องกงแย่มากแล้ว ขณะที่การชุมนุมประท้วงยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ที่สุด”เจ้าของบริษัทค้าปลีกในฮ่องกงแห่งหนึ่ง กล่าว

นอกจากค้าปลีกจะย่ำแย่ลงแล้ว กระแสเงินลงทุนในตลาดหุ้นของฮ่องกงที่มีมูลค่ารวม 4.9 ล้านล้านดอลลาร์ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ต่างจากยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงที่ปรับตัวลง

“นี่ไม่ได้เป็นหายนะในระยะสั้น ทุกคนพากันพลาดนัดหมายและการวางแผนทางธุรกิจ การประชุมทางธุรกิจก็ไม่สามารถทำได้ แต่ในระยะยาว เมื่อคิดถึงบรรดาบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในฮ่องกงแล้ว พวกเขากำลังคิดที่จะย้ายสำนักงานใหญ่ไปตั้งที่สิงคโปร์ หรืออาจจะย้ายไปไต้หวัน หรือกรุงโตเกียว”สตีฟ ออร์ลิน ประธานคณะกรรมการด้านความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน ให้ความเห็น

ขณะที่ ฮัล แลมเบิร์ต ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)บริษัทพอยท์ บริดจ์ แคปปิตัล เฟาเดอร์ ระบุว่า การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อในฮ่องกงจะส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจนำเงินเข้าไปลงทุนในฮ่องกงของบรรดานักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนชาวฮ่องกงโดยตรง

“ชาวฮ่องกงพยายามโยกเงินออกจากประเทศนี้ และพวกเขาก็พยายามเอาตัวเองออกจากฮ่องกงด้วย และเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เท่ากับเศรษฐกิจของฮ่องกงใกล้จะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยคาดว่าเศรษฐกิจของฮ่องกงในไตรมาส3 จะหดตัว”แลมเบิร์ต กล่าว

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 09:04:06 น.
สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่

ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ประกาศถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์ ระบุว่าสินค้าที่ถูกชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า

การประกาศดังกล่าวของยูเอสทีอาร์มีขึ้นในวันนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีกำหนดเจรจาการค้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

การประกาศชะลอการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนของสหรัฐครั้งนี้ ช่วยบรรเทาสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ในระดับหนึ่ง ทั้งยังทำให้บรรดาธุรกิจค้าปลีกรู้สึกผ่อนคลายเพราะมีเวลาในการบริหารจัดการสินค้ามากขึ้น

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่

ทั้งนี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ประกาศถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์ ระบุว่าสินค้าที่ถูกชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า

การประกาศดังกล่าวของยูเอสทีอาร์มีขึ้นในวันนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีกำหนดเจรจาการค้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

การประกาศชะลอการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนของสหรัฐครั้งนี้ ช่วยบรรเทาสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ในระดับหนึ่ง ทั้งยังทำให้บรรดาธุรกิจค้าปลีกรู้สึกผ่อนคลายเพราะมีเวลาในการบริหารจัดการสินค้ามากขึ้น

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 09:04:43 น.
ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันอังคาร(13ส.ค.)ดิ่งลง 3% หลังจากนักลงทุนพากันเทขายทอง หลังคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีน

สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 0.34%  ปิดที่ราคา 1,512.6 ดอลลาร์/ออนซ์

นอกจากนี้ ราคาทองยังถูกกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ดอลลาร์พุ่งขึ้นกว่า 1% เทียบเยน หลังจากที่สหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่

เมื่อเวลา 22.17 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 1.11% สู่ระดับ 106.46 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.90% สู่ระดับ 119.10 เยน และร่วงลง 0.23% สู่ระดับ 1.1186 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.34% สู่ระดับ 97.71

ที่มา bangkokbiznews
14 สิงหาคม 2019, 09:04:43 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดวันอังคาร(13ส.ค.)ดิ่งลง 3% หลังจากนักลงทุนพากันเทขายทอง หลังคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีน

สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 0.34%  ปิดที่ราคา 1,512.6 ดอลลาร์/ออนซ์

นอกจากนี้ ราคาทองยังถูกกระทบจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

ดอลลาร์พุ่งขึ้นกว่า 1% เทียบเยน หลังจากที่สหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่

เมื่อเวลา 22.17 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 1.11% สู่ระดับ 106.46 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.90% สู่ระดับ 119.10 เยน และร่วงลง 0.23% สู่ระดับ 1.1186 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.34% สู่ระดับ 97.71

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 09:05:17 น.
ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงประกาศยกเลิกการให้บริการต่อเที่ยวบินขาออกเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยังคงเข้ายึดอาคารผู้โดยสาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐทวีตว่า เขาได้รับข่าวกรองบ่งชี้ว่า รัฐบาลจีนกำลังเคลื่อนกำลังทหารไปยังชายแดนที่ติดกับฮ่องกง ซึ่งผู้นำสหรัฐเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่รวมตัวในท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในฮ่องกงใช้ความอดกลั้น และให้มีการสอบสวนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 ทั้งนี้ มีรายงานว่า หญิงสาวรายหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลฮ่องกงสูญเสียดวงตาข้างหนึ่งจากการที่ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตา

กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงที่อยู่ภายในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงเปิดฉากปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงค่ำของวันอังคาร(13ส.ค.)ขณะที่การให้บริการของสนามบินยังคงประสบปัญหาเป็นวันที่ 2

เจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลได้พยายามสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วง ด้วยการฉีดสเปรย์พริกไทย ขณะที่มีการปะทะกันทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงประกาศยกเลิกการให้บริการต่อเที่ยวบินขาออกเป็นวันที่ 2 ในวันนี้ หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยังคงเข้ายึดอาคารผู้โดยสาร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐทวีตว่า เขาได้รับข่าวกรองบ่งชี้ว่า รัฐบาลจีนกำลังเคลื่อนกำลังทหารไปยังชายแดนที่ติดกับฮ่องกง ซึ่งผู้นำสหรัฐเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่รวมตัวในท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในฮ่องกงใช้ความอดกลั้น และให้มีการสอบสวนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

 ทั้งนี้ มีรายงานว่า หญิงสาวรายหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลฮ่องกงสูญเสียดวงตาข้างหนึ่งจากการที่ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตา

กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงที่อยู่ภายในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงเปิดฉากปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงค่ำของวันอังคาร(13ส.ค.)ขณะที่การให้บริการของสนามบินยังคงประสบปัญหาเป็นวันที่ 2

เจ้าหน้าที่หน่วยปราบจลาจลได้พยายามสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วง ด้วยการฉีดสเปรย์พริกไทย ขณะที่มีการปะทะกันทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 09:05:55 น.
ตลาดการเงินเพิ่มคาดการณ์สู่ระดับเกือบ 100% ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า แม้สหรัฐเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อดีดตัวขึ้นในเดือนก.ค.

ล่าสุดเครื่องมือเฟดวอทช์ ของซีอ็มอี กรุ๊ป บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 92.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. จากระดับ 84.6% เมื่อวานนี้

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากขยับขึ้น 0.1% ติดต่อกัน 2 เดือน ซึ่งการดีดตัวขึ้นของดัชนีซีพีไอ ทั่วไปได้รับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนีซีพีไอทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีซีพีไอทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี และหากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนีซีพีไอ พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% เช่นเดียวกันในเดือนมิ.ย.

การดีดตัวขึ้นของดัชนีซีพีไอพื้นฐานได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาเสื้อผ้า, ตั๋วเครื่องบิน, เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งการใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีซีพีไอพื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนมิ.ย.

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ตลาดการเงินเพิ่มคาดการณ์สู่ระดับเกือบ 100% ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า แม้สหรัฐเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อดีดตัวขึ้นในเดือนก.ค.

ล่าสุดเครื่องมือเฟดวอทช์ ของซีอ็มอี กรุ๊ป บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสถึง 92.7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. จากระดับ 84.6% เมื่อวานนี้

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากขยับขึ้น 0.1% ติดต่อกัน 2 เดือน ซึ่งการดีดตัวขึ้นของดัชนีซีพีไอ ทั่วไปได้รับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนีซีพีไอทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีซีพีไอทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี และหากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนีซีพีไอ พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% เช่นเดียวกันในเดือนมิ.ย.

การดีดตัวขึ้นของดัชนีซีพีไอพื้นฐานได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาเสื้อผ้า, ตั๋วเครื่องบิน, เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งการใช้จ่ายด้านการรักษาสุขภาพ และเมื่อเทียบรายปี ดัชนีซีพีไอพื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนมิ.ย.

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 12:25:10 น.
ราคาหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ พุ่งขึ้นถึง 5% เมื่อวันอังคาร (13ส.ค.)หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.

ทั้งนี้ แอ๊ปเปิ้ล ผลิตไอโฟน ไอแม็ค และไอแพดในจีน ซึ่งการประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนจึงเป็นประโยชน์โดยตรงต่อแอ๊ปเปิ้ล และหากราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลปิดตลาดวันนี้ดีดตัวขึ้นมากกว่า 4.91% ก็จะเป็นการปรับตัวดีที่สุดของแอ๊ปเปิ้ลนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่

ยูเอสทีอาร์ ระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ในการถอดสินค้าจากบัญชีรายการสินค้าดังกล่าว โดยสินค้าเหล่านี้จะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์ ยังระบุว่า การเก็บภาษีต่อสินค้าประเภทอื่นจะมีการชะลอออกไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.

ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า

การประกาศดังกล่าวของยูเอสทีอาร์มีขึ้นในวันนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีกำหนดเจรจาการค้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ราคาหุ้นบริษัทแอ๊ปเปิ้ล อิงค์ พุ่งขึ้นถึง 5% เมื่อวันอังคาร (13ส.ค.)หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค.

ทั้งนี้ แอ๊ปเปิ้ล ผลิตไอโฟน ไอแม็ค และไอแพดในจีน ซึ่งการประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนจึงเป็นประโยชน์โดยตรงต่อแอ๊ปเปิ้ล และหากราคาหุ้นแอ๊ปเปิ้ลปิดตลาดวันนี้ดีดตัวขึ้นมากกว่า 4.91% ก็จะเป็นการปรับตัวดีที่สุดของแอ๊ปเปิ้ลนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่

ยูเอสทีอาร์ ระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ในการถอดสินค้าจากบัญชีรายการสินค้าดังกล่าว โดยสินค้าเหล่านี้จะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์ ยังระบุว่า การเก็บภาษีต่อสินค้าประเภทอื่นจะมีการชะลอออกไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค.

ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า

การประกาศดังกล่าวของยูเอสทีอาร์มีขึ้นในวันนี้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนมีกำหนดเจรจาการค้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 12:32:32 น.
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 372.54 จุด หรือ 1.44% เมื่อคืนนี้ หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นของบริษัทที่เข้าไปลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน เช่น แอปเปิล และอินเทล

-- สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า
-- China Foreign Exchange Trading System (CFETS) ระบุว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ที่ระดับ 7.0312 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.14%

อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ในระดับสูงกว่าอัตราค่ากลางที่กำหนดเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 7.0326 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 7.0502 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

-- ท่าอากาศยานนานาชาติของฮ่องกงเปิดให้บริการตามปกติแล้วเช้านี้ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้เข้ายึดอาคารผู้โดยสารเมื่อคืนนี้ อีกทั้งมีการทุบตีและจับตัวประชาชนที่อยู่ในสนามบินจำนวน 2 ราย

โฆษกของการท่าอากาศยานฮ่องกงเปิดเผยในวันนี้ว่า ท่าอากาศยานได้กลับมาดำเนินการตามปกติ และกำลังทำการปรับกำหนดเวลาเที่ยวบินใหม่
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สถานการณ์ในฮ่องกงกำลังมีความล่อแหลม แต่เขาหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดผลดีสำหรับทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงจีน และสำหรับเสรีภาพ โดยไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

"สถานการณ์ในฮ่องกงกำลังยุ่งยากอย่างมาก เราจะจับตาดูต่อไป โดยมันเป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลม แต่ผมคิดว่าจะส่งผลดีต่อเสรีภาพ และผมหวังว่าจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงจีน และจะมีการหาทางออกอย่างสันติวิธี" ปธน.ทรัมป์กล่าว

การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้น ในขณะที่การชุมนุมของชาวฮ่องกงกำลังลุกลามบานปลาย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ายึดอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงและปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับการให้บริการภายในสนามบิน ส่งผลให้ไม่มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากท่าอากาศยาน

ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UNHCHR) ก็ได้ออกเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในฮ่องกงใช้ความอดกลั้น และให้มีการสอบสวนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

-- บริษัทซีบีเอสและบริษัทเวียคอม ซึ่งเป็นบริษัทด้านความบันเทิงชั้นนำในสหรัฐ ประกาศข้อตกลงที่จะควบรวมกิจการครั้งใหญ่หลังจากแยกกิจการกันมา 13 ปี โดยจะสร้างบริษัทสื่อสหรัฐแห่งใหม่ที่มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมสื่อของสหรัฐ

มูลค่าตลาดในปัจจุบันของซีบีเอสอยู่ที่ราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่เวียคอมมีมูลค่าตลาดราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัทที่ควบรวมกิจการกันนี้จะมีรายได้ประมาณ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์

-- รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค พุ่งขึ้น 13.9% ในเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 9.603 แสนล้านเยน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักร ซึ่งเป็นดัชนีวัดการใช้จ่ายด้านทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นนั้น ดีดตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. หลังจากที่ปรับตัวลง 7.8% ในเดือนพ.ค.

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.6%

ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ขยายตัว 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6% และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ก.ค. ปรับตัวขึ้น 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8%

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีกำหนดการเปิดเผยวันนี้ โดยอังกฤษเตรียมเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.  อียูเตรียมเปิดเผยตัวเลขประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 ครั้งที่ 2 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ด้านสหรัฐจะเปิดเผยราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ค. รวมถึงสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ออสเตรเลียเตรียมเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนก.ค. จีนจะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค. ญี่ปุ่นจะเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ด้านอังกกฤษเตรียมเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนก.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนส.ค. จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีการผลิตเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย.

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3027474
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 372.54 จุด หรือ 1.44% เมื่อคืนนี้ หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งเป็นสองยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นของบริษัทที่เข้าไปลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน เช่น แอปเปิล และอินเทล

-- สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดในวันที่ 1 ก.ย. พร้อมกับถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับการชะลอการจัดเก็บภาษี ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ คอนโซลวิดีโอเกม ของเล่น จอมอนิเตอร์ รองเท้า และเสื้อผ้า
-- China Foreign Exchange Trading System (CFETS) ระบุว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ที่ระดับ 7.0312 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.14%

อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ในระดับสูงกว่าอัตราค่ากลางที่กำหนดเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 7.0326 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 7.0502 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

-- ท่าอากาศยานนานาชาติของฮ่องกงเปิดให้บริการตามปกติแล้วเช้านี้ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้เข้ายึดอาคารผู้โดยสารเมื่อคืนนี้ อีกทั้งมีการทุบตีและจับตัวประชาชนที่อยู่ในสนามบินจำนวน 2 ราย

โฆษกของการท่าอากาศยานฮ่องกงเปิดเผยในวันนี้ว่า ท่าอากาศยานได้กลับมาดำเนินการตามปกติ และกำลังทำการปรับกำหนดเวลาเที่ยวบินใหม่
-- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า สถานการณ์ในฮ่องกงกำลังมีความล่อแหลม แต่เขาหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดผลดีสำหรับทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงจีน และสำหรับเสรีภาพ โดยไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

"สถานการณ์ในฮ่องกงกำลังยุ่งยากอย่างมาก เราจะจับตาดูต่อไป โดยมันเป็นสถานการณ์ที่ล่อแหลม แต่ผมคิดว่าจะส่งผลดีต่อเสรีภาพ และผมหวังว่าจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงจีน และจะมีการหาทางออกอย่างสันติวิธี" ปธน.ทรัมป์กล่าว

การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวมีขึ้น ในขณะที่การชุมนุมของชาวฮ่องกงกำลังลุกลามบานปลาย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้ายึดอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงและปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับการให้บริการภายในสนามบิน ส่งผลให้ไม่มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากท่าอากาศยาน

ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UNHCHR) ก็ได้ออกเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในฮ่องกงใช้ความอดกลั้น และให้มีการสอบสวนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

-- บริษัทซีบีเอสและบริษัทเวียคอม ซึ่งเป็นบริษัทด้านความบันเทิงชั้นนำในสหรัฐ ประกาศข้อตกลงที่จะควบรวมกิจการครั้งใหญ่หลังจากแยกกิจการกันมา 13 ปี โดยจะสร้างบริษัทสื่อสหรัฐแห่งใหม่ที่มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมสื่อของสหรัฐ

มูลค่าตลาดในปัจจุบันของซีบีเอสอยู่ที่ราว 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่เวียคอมมีมูลค่าตลาดราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัทที่ควบรวมกิจการกันนี้จะมีรายได้ประมาณ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์

-- รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานซึ่งไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภค พุ่งขึ้น 13.9% ในเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 9.603 แสนล้านเยน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักร ซึ่งเป็นดัชนีวัดการใช้จ่ายด้านทุนของภาคเอกชนญี่ปุ่นนั้น ดีดตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. หลังจากที่ปรับตัวลง 7.8% ในเดือนพ.ค.

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.6%

ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ขยายตัว 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6% และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ก.ค. ปรับตัวขึ้น 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8%

-- จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีกำหนดการเปิดเผยวันนี้ โดยอังกฤษเตรียมเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.  อียูเตรียมเปิดเผยตัวเลขประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 ครั้งที่ 2 และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ด้านสหรัฐจะเปิดเผยราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ค. รวมถึงสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ออสเตรเลียเตรียมเปิดเผยอัตราว่างงานเดือนก.ค. จีนจะเปิดเผยดัชนีราคาบ้านเดือนก.ค. ญี่ปุ่นจะเปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ด้านอังกกฤษเตรียมเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ขณะที่สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนก.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนส.ค. จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีการผลิตเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนส.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย.

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3027474
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 20:28:21 น.
นอกจากนี้ สกุลเงินเปโซของอาร์เจนตินายังร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 60 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐ

อาร์เจนตินา กำลังเผชิญวิกฤตการณ์ในตลาด โดยดัชนีชี้วัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาซึ่งจัดทำโดยเจพีมอร์แกน อยู่ที่ระดับ 17.32% เมื่อวานนี้ ส่งผลให้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตราสารหนี้ของอาร์เจนตินาจะต้องเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ประมาณ 17% โดยปัจจุบันอัตราผลตอบแทนดังกล่าวของสหรัฐอยู่ที่ระดับประมาณ 1.68%

ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก นิวส์ ระบุว่า หลังจากอาร์เจนตินาประกาศผลการเลือกตั้งแบบไพรมารีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P Mervel Index ซึ่งเป็นดัชนีตลาดหุ้นอาร์เจนตินา ดิ่งลง 48% ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่รุนแรงเป็นอันดับสองเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2493

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
นอกจากนี้ สกุลเงินเปโซของอาร์เจนตินายังร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 60 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐ

อาร์เจนตินา กำลังเผชิญวิกฤตการณ์ในตลาด โดยดัชนีชี้วัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีชี้วัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาซึ่งจัดทำโดยเจพีมอร์แกน อยู่ที่ระดับ 17.32% เมื่อวานนี้ ส่งผลให้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตราสารหนี้ของอาร์เจนตินาจะต้องเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ประมาณ 17% โดยปัจจุบันอัตราผลตอบแทนดังกล่าวของสหรัฐอยู่ที่ระดับประมาณ 1.68%

ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก นิวส์ ระบุว่า หลังจากอาร์เจนตินาประกาศผลการเลือกตั้งแบบไพรมารีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P Mervel Index ซึ่งเป็นดัชนีตลาดหุ้นอาร์เจนตินา ดิ่งลง 48% ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่รุนแรงเป็นอันดับสองเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2493

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 20:29:23 น.
นายร็อด ซิมส์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านการบริโภคและการแข่งขันของออสเตรเลีย (เอซีซีซี) เปิดเผยว่า ทางคณะกรรรมาธิการกำลังเตรียมดำเนินคดี 5 กระทงกับเฟซบุ๊ค และกูเกิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ในข้อหาละเมิดกฎหมายด้านการแข่งขัน, ด้านผู้บริโภค และ ความเป็นส่วนตัว

การดำเนินคดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเอซีซีซีทำการสอบสวนแพล็ตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งพบว่ามีความจำเป็นอย่างมากในการปฏิรูปธุรกิจดังกล่าว โดยนายซิมส์กล่าวว่า เฟซบุ๊คและกูเกิลต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ ยุติการทำธุรกิจในออสเตรเลีย

ทั้งนี้ นายซิมส์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการดำเนินคดี แต่หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียน ไฟแนนเชียล รีวิว (เอเอฟอาร์) รายงานในวันนี้ว่า เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการที่เฟซบุ๊คแชร์ข้อมูลผู้ใช้ให้กับบุคคลที่ 3 และกูเกิลได้ทำการรวบรวมข้อมูลสถานที่ตั้งและข้อมูลอื่นๆอย่างผิดกฎหมาย

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
นายร็อด ซิมส์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านการบริโภคและการแข่งขันของออสเตรเลีย (เอซีซีซี) เปิดเผยว่า ทางคณะกรรรมาธิการกำลังเตรียมดำเนินคดี 5 กระทงกับเฟซบุ๊ค และกูเกิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ในข้อหาละเมิดกฎหมายด้านการแข่งขัน, ด้านผู้บริโภค และ ความเป็นส่วนตัว

การดำเนินคดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเอซีซีซีทำการสอบสวนแพล็ตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งพบว่ามีความจำเป็นอย่างมากในการปฏิรูปธุรกิจดังกล่าว โดยนายซิมส์กล่าวว่า เฟซบุ๊คและกูเกิลต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือ ยุติการทำธุรกิจในออสเตรเลีย

ทั้งนี้ นายซิมส์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการดำเนินคดี แต่หนังสือพิมพ์ออสเตรเลียน ไฟแนนเชียล รีวิว (เอเอฟอาร์) รายงานในวันนี้ว่า เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการที่เฟซบุ๊คแชร์ข้อมูลผู้ใช้ให้กับบุคคลที่ 3 และกูเกิลได้ทำการรวบรวมข้อมูลสถานที่ตั้งและข้อมูลอื่นๆอย่างผิดกฎหมาย

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 20:30:17 น.
ดอลลาร์ร่วงลงเทียบเยนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันซื้อเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากคำสั่งขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากพุ่งขึ้นวานนี้ขานรับการที่สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

ณ เวลา 18.48 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 0.86% สู่ระดับ 105.81 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.78% สู่ระดับ 118.28 เยน และขยับขึ้น 0.08% สู่ระดับ 1.1180 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.12% สู่ระดับ 97.70

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ในวันนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีดีดตัวเหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งจะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq21/3028019
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ดอลลาร์ร่วงลงเทียบเยนในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันซื้อเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังถูกกดดันจากคำสั่งขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากพุ่งขึ้นวานนี้ขานรับการที่สหรัฐชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน

ณ เวลา 18.48 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ร่วงลง 0.86% สู่ระดับ 105.81 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวลง 0.78% สู่ระดับ 118.28 เยน และขยับขึ้น 0.08% สู่ระดับ 1.1180 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.12% สู่ระดับ 97.70

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ในวันนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีดีดตัวเหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งจะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq21/3028019
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 20:31:24 น.
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวลงคืนนี้ หลังจากที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

ณ เวลา 19.01 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 354 จุด หรือ 1.35% สู่ระดับ 25,960 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวานนี้พุ่งขึ้น 372.54 จุด หรือ 1.44% หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทที่เข้าไปลงทุนจำนวนมากในจีน เช่น แอปเปิล และอินเทล

หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กวันนี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ในวันนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีดีดตัวเหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งจะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq18/3028020
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดดิ่งลงกว่า 300 จุด บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวลงคืนนี้ หลังจากที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

ณ เวลา 19.01 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 354 จุด หรือ 1.35% สู่ระดับ 25,960 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวานนี้พุ่งขึ้น 372.54 จุด หรือ 1.44% หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศชะลอการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทที่เข้าไปลงทุนจำนวนมากในจีน เช่น แอปเปิล และอินเทล

หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดหุ้นนิวยอร์กวันนี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ในวันนี้ ซึ่งเป็นภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีดีดตัวเหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งจะบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq18/3028020
tuinui
14 สิงหาคม 2019, 20:50:10 น.
ท่าอากาศยานนานาชาติของฮ่องกงเปิดให้บริการตามปกติแล้วเช้านี้ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้เข้ายึดอาคารผู้โดยสารเมื่อคืนนี้ อีกทั้งมีการทุบตีและจับตัวประชาชนที่อยู่ในสนามบินจำนวน 2 ราย

โฆษกของการท่าอากาศยานฮ่องกงเปิดเผยในวันนี้ว่า ท่าอากาศยานได้กลับมาดำเนินการตามปกติ และกำลังทำการปรับกำหนดเวลาเที่ยวบินใหม่

-- China Foreign Exchange Trading System (CFETS) ระบุว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ที่ระดับ 7.0312 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.14%

อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ในระดับสูงกว่าอัตราค่ากลางที่กำหนดเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 7.0326 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 7.0502 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

-- รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ออกมาประณามการกระทำอันรุนแรงของกลุ่มผู้ประท้วงที่ทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวและนักข่าวที่สนามบิน

โฆษกรัฐบาลฮ่องกงเปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวานนี้ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งได้เข้ารุมล้อมและทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวรายหนึ่งและนักข่าวรายหนึ่งที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง อีกทั้งขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรถพยาบาลเข้ามาพานักท่องเที่ยวไปส่งโรงพยาบาล

รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ถูกทำร้ายร่างกายได้ถูกนำตัวส่งยังโรงพยาบาลพรินเซสมาร์กาเร็ต และนักข่าวที่ถูกทำร้ายได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนอร์ทลันเตา

-- กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ไต้ฝุ่นกรอซามีแนวโน้มว่า จะพัดเข้าสู่พื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ ขณะที่สายการบินและสถานีรถไฟต่างประกาศลดเที่ยวบินและการเดินทางในภูมิภาคดังกล่าว แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวันหยุดที่ผู้คนต่างเดินทางกลับบ้านก็ตาม

-- นางหัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า การแสดงความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา บ่งชี้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐคือการกระตุ้นเหตุวุ่นวายในฮ่องกง

นางหัวกล่าวว่า "สหรัฐปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีส่วนพัวพันกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในฮ่องกง แต่การแสดงความคิดเห็นจากสมาชิกสภาคองเกรสถือเป็นหลักฐานสำคัญซึ่งจะทำให้ประชาคมโลกเชื่อว่า สหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องจริง"

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.6%

การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ขยายตัว 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6%
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ก.ค. ปรับตัวขึ้น 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8%

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยรายงานเบื้องต้นวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 หดตัวลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส หลังจากขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 1

สำนักงานสถิติระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ GDP หดตัวลงในไตรมาส 2 นั้นมาจากการส่งออกที่ทรุดตัวลง เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตของเยอรมนีได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดต่างประเทศ และผลกระทบจากข้อพิพาทการค้า

หากเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 0.4% ซึ่งชะลอลงจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 0.7% แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.1%

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3027933
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
ท่าอากาศยานนานาชาติของฮ่องกงเปิดให้บริการตามปกติแล้วเช้านี้ หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้เข้ายึดอาคารผู้โดยสารเมื่อคืนนี้ อีกทั้งมีการทุบตีและจับตัวประชาชนที่อยู่ในสนามบินจำนวน 2 ราย

โฆษกของการท่าอากาศยานฮ่องกงเปิดเผยในวันนี้ว่า ท่าอากาศยานได้กลับมาดำเนินการตามปกติ และกำลังทำการปรับกำหนดเวลาเที่ยวบินใหม่

-- China Foreign Exchange Trading System (CFETS) ระบุว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ที่ระดับ 7.0312 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.14%

อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ในระดับสูงกว่าอัตราค่ากลางที่กำหนดเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 7.0326 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 7.0502 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

-- รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ออกมาประณามการกระทำอันรุนแรงของกลุ่มผู้ประท้วงที่ทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวและนักข่าวที่สนามบิน

โฆษกรัฐบาลฮ่องกงเปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวานนี้ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งได้เข้ารุมล้อมและทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวรายหนึ่งและนักข่าวรายหนึ่งที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง อีกทั้งขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรถพยาบาลเข้ามาพานักท่องเที่ยวไปส่งโรงพยาบาล

รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ถูกทำร้ายร่างกายได้ถูกนำตัวส่งยังโรงพยาบาลพรินเซสมาร์กาเร็ต และนักข่าวที่ถูกทำร้ายได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนอร์ทลันเตา

-- กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ไต้ฝุ่นกรอซามีแนวโน้มว่า จะพัดเข้าสู่พื้นที่ทางตะวันตกของญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้ ขณะที่สายการบินและสถานีรถไฟต่างประกาศลดเที่ยวบินและการเดินทางในภูมิภาคดังกล่าว แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวันหยุดที่ผู้คนต่างเดินทางกลับบ้านก็ตาม

-- นางหัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า การแสดงความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา บ่งชี้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของสหรัฐคือการกระตุ้นเหตุวุ่นวายในฮ่องกง

นางหัวกล่าวว่า "สหรัฐปฏิเสธมาตลอดว่าไม่มีส่วนพัวพันกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในฮ่องกง แต่การแสดงความคิดเห็นจากสมาชิกสภาคองเกรสถือเป็นหลักฐานสำคัญซึ่งจะทำให้ประชาคมโลกเชื่อว่า สหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องจริง"

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 7.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 8.6%

การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค.ขยายตัว 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6%
การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ก.ค. ปรับตัวขึ้น 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8%

-- สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยรายงานเบื้องต้นวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2562 หดตัวลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส หลังจากขยายตัว 0.4% ในไตรมาส 1

สำนักงานสถิติระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ GDP หดตัวลงในไตรมาส 2 นั้นมาจากการส่งออกที่ทรุดตัวลง เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตของเยอรมนีได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดต่างประเทศ และผลกระทบจากข้อพิพาทการค้า

หากเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 0.4% ซึ่งชะลอลงจากไตรมาส 1 ที่มีการขยายตัว 0.7% แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.1%

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3027933
tuinui
15 สิงหาคม 2019, 09:49:01 น.
“เวิลด์แบงก์” ชี้ลาวยังจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ แม้การเติบโตมีแนวโน้มฟื้นในปีนี้ พร้อมเตือนมีความเสี่ยงสูงเรื่องหนี้ตึงตัว

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยรายงานจับตาเศรษฐกิจลาวประจำปี ในนครหลวงเวียงจันทน์เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ธนาคารโลกยังมองบวกเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในลาว ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 6.5% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 6.3% ในปีที่แล้วการฟื้นตัวนี้อาจได้แรงหนุนจากการลงทุนที่คึกคักในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงทางรถไฟลาว-จีน

นอกจากนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจจะได้แรงขับเคลื่อนจากภาคบริการที่มีความยืดหยุ่น นำโดยการค้าส่ง และการเติบโตภาคค้าปลีกที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างที่คึกคัก

นายสมนึก ดาวาดิง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของเวิลด์แบงก์สาขาลาว กล่าวว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค การเติบโตทางเศรษฐกิจของลาวยังคงแข็งแกร่ง และถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศชั้นนำในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลลาวจำเป็นต้องเดินหน้ามาตรการปฏิรูปต่อไป และปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนเพื่อดึงดูดทุนจากต่างชาติมากขึ้น

รายงานของธนาคารโลกชี้ว่า รัฐบาลลาวยังคงมุ่งมั่นกับมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพื่อควบคุมหนี้สาธารณะในระยะกลาง ด้วยการคุมเข้มรายจ่ายสาธารณะและกระตุ้นรายได้ของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลการคลังลดลงจาก 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 4.3% ในปีนี้

นายนิโคลา พอนทารา ผู้จัดการประเทศลาวของเวิลด์แบงก์ กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว หลังจากหดตัวเมื่อปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยอย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ลาวมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญภาวะหนี้ตึงตัว และจำเป็นต้องใช้หลายมาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์นี้

“การมุ่งเน้นเก็บรายได้เข้ารัฐมีความสำคัญในการลดการขาดดุลงบประมาณ และลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ” นายพอนทาราเผย และว่า “ในอนาคต การปรับปรุงปัจจัยแวดล้อมธุรกิจจะเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาภาคเอกชน รวมถึงการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)”

ที่มา bangkokbiznews
15 สิงหาคม 2019, 09:49:01 น.
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
“เวิลด์แบงก์” ชี้ลาวยังจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ แม้การเติบโตมีแนวโน้มฟื้นในปีนี้ พร้อมเตือนมีความเสี่ยงสูงเรื่องหนี้ตึงตัว

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เผยรายงานจับตาเศรษฐกิจลาวประจำปี ในนครหลวงเวียงจันทน์เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ธนาคารโลกยังมองบวกเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในลาว ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 6.5% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 6.3% ในปีที่แล้วการฟื้นตัวนี้อาจได้แรงหนุนจากการลงทุนที่คึกคักในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงทางรถไฟลาว-จีน

นอกจากนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจจะได้แรงขับเคลื่อนจากภาคบริการที่มีความยืดหยุ่น นำโดยการค้าส่ง และการเติบโตภาคค้าปลีกที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างที่คึกคัก

นายสมนึก ดาวาดิง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของเวิลด์แบงก์สาขาลาว กล่าวว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค การเติบโตทางเศรษฐกิจของลาวยังคงแข็งแกร่ง และถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศชั้นนำในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลลาวจำเป็นต้องเดินหน้ามาตรการปฏิรูปต่อไป และปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนเพื่อดึงดูดทุนจากต่างชาติมากขึ้น

รายงานของธนาคารโลกชี้ว่า รัฐบาลลาวยังคงมุ่งมั่นกับมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพื่อควบคุมหนี้สาธารณะในระยะกลาง ด้วยการคุมเข้มรายจ่ายสาธารณะและกระตุ้นรายได้ของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลการคลังลดลงจาก 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 4.3% ในปีนี้

นายนิโคลา พอนทารา ผู้จัดการประเทศลาวของเวิลด์แบงก์ กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว หลังจากหดตัวเมื่อปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยอย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ลาวมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญภาวะหนี้ตึงตัว และจำเป็นต้องใช้หลายมาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์นี้

“การมุ่งเน้นเก็บรายได้เข้ารัฐมีความสำคัญในการลดการขาดดุลงบประมาณ และลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ” นายพอนทาราเผย และว่า “ในอนาคต การปรับปรุงปัจจัยแวดล้อมธุรกิจจะเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาภาคเอกชน รวมถึงการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)”

ที่มา bangkokbiznews
tuinui
15 สิงหาคม 2019, 09:49:36 น.
การดิ่งลงของหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินเข้าสู่เขตการปรับฐานในวันพุธ(14ส.ค.)ขณะที่หุ้นของมอร์แกน สแตนลีย์, โกลด์แมน แซคส์ และเวลส์ ฟาร์โก ต่างก็ปรับตัวเข้าสู่ภาวะตลาดหมี

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลงกว่า 3% และทรุดตัวลง 10% ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่การปรับฐานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง และภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว (inverted yield curve)

ราคาหุ้นซิตี้กรุ๊ป, เจพีมอร์แกน เชส และแบงก์ ออฟ อเมริกา ซึ่งแม้ยังไม่ได้ปรับตัวเข้าสู่ภาวะตลาดหมี แต่ก็ได้อยู่ในเขตการปรับฐาน หลังจากที่ได้ทรุดตัวลงกว่า 10% ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

หุ้นของมอร์แกน สแตนลีย์, โกลด์แมน แซคส์, เวลส์ ฟาร์โก, ซิตี้กรุ๊ป, เจพีมอร์แกน เชส และแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 8% ในเดือนส.ค.

ที่มา bangkokbiznews
tuinui Hero Member กระทู้: 2368
การดิ่งลงของหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐส่งผลให้หุ้นกลุ่มการเงินเข้าสู่เขตการปรับฐานในวันพุธ(14ส.ค.)ขณะที่หุ้นของมอร์แกน สแตนลีย์, โกลด์แมน แซคส์ และเวลส์ ฟาร์โก ต่างก็ปรับตัวเข้าสู่ภาวะตลาดหมี

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มการเงินของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลงกว่า 3% และทรุดตัวลง 10% ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่การปรับฐานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง และภาวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอยู่สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว (inverted yield curve)

ราคาหุ้นซิตี้กรุ๊ป, เจพีมอร์แกน เชส และแบงก์ ออฟ อเมริกา ซึ่งแม้ยังไม่ได้ปรับตัวเข้าสู่ภาวะตลาดหมี แต่ก็ได้อยู่ในเขตการปรับฐาน หลังจากที่ได้ทรุดตัวลงกว่า 10% ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

หุ้นของมอร์แกน สแตนลีย์, โกลด์แมน แซคส์, เวลส์ ฟาร์โก, ซิตี้กรุ๊ป, เจพีมอร์แกน เชส และแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างก็ปรับตัวลงอย่างน้อย 8% ในเดือนส.ค.

ที่มา bangkokbiznews
1 ... 16 17 18 19 20

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS