busforex

เข้าสู่ระบบ



คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
banner
banner
busforex
busforex
ข่าว Forex ข่าวเศรษฐกิจโลก

ประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2562

ตอบ2 อ่าน44
tuinui
14 มิถุนายน 2019, 09:48:51 น.
นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้
"อิหร่านทำการโจมตี เนื่องจากต้องการให้เรายกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยอิหร่านไม่มีสิทธิทำการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดน้ำมัน รวมทั้งทำการแบล็คเมล์ด้านนิวเคลียร์" นายปอมเปโอกล่าว

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้กล่าวโทษอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในวันที่ 12 พ.ค.ต่อเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 4 ลำที่แล่นในน่านน้ำเดียวกัน

ขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีในวันนี้
ด้านนายอาเดล อัล-จูบีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียเห็นด้วยกับสหรัฐที่ว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน เนื่องจากอิหร่านมีประวัติในการกระทำการเช่นนี้

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐกล่าวหาว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้

สื่อรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ถูกโจมตีในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้ โดยลำหนึ่งเป็นเรือสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ Kokuka Courageous ส่วนอีกลำหนึ่งเป็นเรือสัญชาติไต้หวันชื่อ Front Altair

-- สำหรับสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการประท้วงที่ฮ่องกงนั้น คาดว่าทางรัฐสภาฮ่องกงจะสั่งพักการอภิปรายร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วน และชาวฮ่องกงจำนวนมากได้เดินขบวนต่อต้านร่างกม.นี้

นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ทางกลุ่มผู้คัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวยังเตรียมเดินขบวนอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้ด้วย
-- นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐต้องการที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในการซัมมิตของกลุ่ม G20 ที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ แต่ปธน.สียังไม่ได้ตอบรับคำเชิญของปธน.ทรัมป์

ต่อข้อถามที่ว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้นำทั้งสองจะไม่ได้พบปะกัน นายคุดโลว์กล่าวว่า ตนเพียงแต่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพบปะหารือกับปธน.สี และปธน.ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า หากการพบปะกันดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ก็อาจจะมีผลกระทบตามมา

-- นายเรนเนอร์ ไมเคิล เพรส ผู้อำนวยการบริหารของบริษัททอรัส เวลท์ แอดไวเซอร์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกจะดิ่งลงแตะระดับ 45 ดอลลาร์ หากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเลวร้ายลง

นายเพรสกล่าวว่า อุปสงค์น้ำมันมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลง หากสหรัฐและจีนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอมากขึ้น

-- สมาชิกสภาสามัญชนสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมจำนวน 313 คนทำการลงคะแนนเสียงรอบแรกเมื่อคืนนี้ เพื่อสรรหาผู้ที่จะมาเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่

ผลการลงคะแนนปรากฎว่า ในบรรดารายชื่อผู้ที่เสนอตัวเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่จำนวน 10 คน นายบอริส จอห์นสัน ซึ่งเป็นตัวเก็ง สามารถครองอันดับ 1 โดยได้คะแนน 114 เสียง ทิ้งห่างนายเจเรมี ฮันท์ อันดับ 2 ซึ่งได้ 43 เสียง ส่วนนายไมเคิล โกฟ อันดับ 3 ได้ 37 เสียง ขณะที่นางแอนเดรีย ลีดซัม นางเอสเธอร์ แมควีย์ และนายมาร์ค ฮาร์เปอร์ ไม่สามารถผ่านเข้าสู่การลงคะแนนเสียงในรอบที่ 2 เนื่องจากแต่ละคนได้รับคะแนนเสียงในวันนี้ต่ำกว่า 17 เสียงที่กำหนดไว้

สำหรับการลงคะแนนเสียงในรอบที่ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย.
-- รัฐบาลเวเนซุเอลาออกธนบัตรใหม่ 3 ประเภท โดยเป็นประเภทใบละ 10,000 โบลิวาร์ 20,000 โบลิวาร์ และ 50,000 โบลิวาร์ หลังจากที่รัฐบาลประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ธนบัตรใบละ 50,000 โบลิวาร์ มีมูลค่าเพียง 8.13 ดอลลาร์ หรือประมาณ 250 บาท แต่ก็มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ระดับ 40,000 โบลิวาร์

ก่อนหน้านี้ ธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดของเวเนซุเอลาคือธนบัตรใบละ 500 โบลิวาร์ ซึ่งขณะนี้ไม่เพียงพอแม้แต่จะนำไปซื้อลูกอม 1 ลูก
อัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลาพุ่งขึ้นมากกว่า 1,300,000% ในเดือนเม.ย. ก่อนที่จะปรับตัวลงต่ำกว่า 1,000,000% ในเดือนพ.ค. หลังจากที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ออกมาตรการตัดศูนย์ 5 ตัวออกจากราคาสินค้า และค่าเงินโบลิวาร์ราว 1 ปีก่อนหน้านี้

-- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนมิ.ย. ระบุว่า โอเปกลดการผลิตน้ำมันในเดือนพ.ค. สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่โอเปกกังวลว่า การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความต้องการใช้น้ำมัน

-- FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และมีโอกาส 97% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 222,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 216,000 ราย

ดัชนีราคานำเข้าทำสถิติดิ่งลงมากที่สุดในรอบ 5 เดือนในเดือนพ.ค. ซึ่งจะหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยดัชนีราคานำเข้าปรับตัวลง 0.3% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนเม.ย.

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ ทางการจีนเตรียมรายงานตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนพ.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. และยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. เวลา 09.00 น. ตามเวลาไทย ต่อด้วยยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเดือนพ.ค. เวลา 16.00 น.

ส่วนสหรัฐมีกำหนดรายงานยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. เวลา 19.30 น. ต่อด้วยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. เวลา 20.15 น. ตามมาด้วยสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย. เวลา 21.00 น.

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3002571
แชร์กระทู้นี้
tuinui Hero Member กระทู้: 1589
นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้
"อิหร่านทำการโจมตี เนื่องจากต้องการให้เรายกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยอิหร่านไม่มีสิทธิทำการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดน้ำมัน รวมทั้งทำการแบล็คเมล์ด้านนิวเคลียร์" นายปอมเปโอกล่าว

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้กล่าวโทษอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันในวันที่ 12 พ.ค.ต่อเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 4 ลำที่แล่นในน่านน้ำเดียวกัน

ขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีในวันนี้
ด้านนายอาเดล อัล-จูบีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียเห็นด้วยกับสหรัฐที่ว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน เนื่องจากอิหร่านมีประวัติในการกระทำการเช่นนี้

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐกล่าวหาว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้

สื่อรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ถูกโจมตีในอ่าวโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้ โดยลำหนึ่งเป็นเรือสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ Kokuka Courageous ส่วนอีกลำหนึ่งเป็นเรือสัญชาติไต้หวันชื่อ Front Altair

-- สำหรับสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการประท้วงที่ฮ่องกงนั้น คาดว่าทางรัฐสภาฮ่องกงจะสั่งพักการอภิปรายร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วน และชาวฮ่องกงจำนวนมากได้เดินขบวนต่อต้านร่างกม.นี้

นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ทางกลุ่มผู้คัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวยังเตรียมเดินขบวนอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้ด้วย
-- นายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐต้องการที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในการซัมมิตของกลุ่ม G20 ที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ แต่ปธน.สียังไม่ได้ตอบรับคำเชิญของปธน.ทรัมป์

ต่อข้อถามที่ว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้นำทั้งสองจะไม่ได้พบปะกัน นายคุดโลว์กล่าวว่า ตนเพียงแต่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ได้แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะพบปะหารือกับปธน.สี และปธน.ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า หากการพบปะกันดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ก็อาจจะมีผลกระทบตามมา

-- นายเรนเนอร์ ไมเคิล เพรส ผู้อำนวยการบริหารของบริษัททอรัส เวลท์ แอดไวเซอร์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกจะดิ่งลงแตะระดับ 45 ดอลลาร์ หากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเลวร้ายลง

นายเพรสกล่าวว่า อุปสงค์น้ำมันมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลง หากสหรัฐและจีนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอมากขึ้น

-- สมาชิกสภาสามัญชนสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมจำนวน 313 คนทำการลงคะแนนเสียงรอบแรกเมื่อคืนนี้ เพื่อสรรหาผู้ที่จะมาเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่

ผลการลงคะแนนปรากฎว่า ในบรรดารายชื่อผู้ที่เสนอตัวเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่จำนวน 10 คน นายบอริส จอห์นสัน ซึ่งเป็นตัวเก็ง สามารถครองอันดับ 1 โดยได้คะแนน 114 เสียง ทิ้งห่างนายเจเรมี ฮันท์ อันดับ 2 ซึ่งได้ 43 เสียง ส่วนนายไมเคิล โกฟ อันดับ 3 ได้ 37 เสียง ขณะที่นางแอนเดรีย ลีดซัม นางเอสเธอร์ แมควีย์ และนายมาร์ค ฮาร์เปอร์ ไม่สามารถผ่านเข้าสู่การลงคะแนนเสียงในรอบที่ 2 เนื่องจากแต่ละคนได้รับคะแนนเสียงในวันนี้ต่ำกว่า 17 เสียงที่กำหนดไว้

สำหรับการลงคะแนนเสียงในรอบที่ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 18 มิ.ย.
-- รัฐบาลเวเนซุเอลาออกธนบัตรใหม่ 3 ประเภท โดยเป็นประเภทใบละ 10,000 โบลิวาร์ 20,000 โบลิวาร์ และ 50,000 โบลิวาร์ หลังจากที่รัฐบาลประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ธนบัตรใบละ 50,000 โบลิวาร์ มีมูลค่าเพียง 8.13 ดอลลาร์ หรือประมาณ 250 บาท แต่ก็มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ระดับ 40,000 โบลิวาร์

ก่อนหน้านี้ ธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดของเวเนซุเอลาคือธนบัตรใบละ 500 โบลิวาร์ ซึ่งขณะนี้ไม่เพียงพอแม้แต่จะนำไปซื้อลูกอม 1 ลูก
อัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลาพุ่งขึ้นมากกว่า 1,300,000% ในเดือนเม.ย. ก่อนที่จะปรับตัวลงต่ำกว่า 1,000,000% ในเดือนพ.ค. หลังจากที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ออกมาตรการตัดศูนย์ 5 ตัวออกจากราคาสินค้า และค่าเงินโบลิวาร์ราว 1 ปีก่อนหน้านี้

-- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนมิ.ย. ระบุว่า โอเปกลดการผลิตน้ำมันในเดือนพ.ค. สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่โอเปกกังวลว่า การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความต้องการใช้น้ำมัน

-- FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และมีโอกาส 97% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 222,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 216,000 ราย

ดัชนีราคานำเข้าทำสถิติดิ่งลงมากที่สุดในรอบ 5 เดือนในเดือนพ.ค. ซึ่งจะหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยดัชนีราคานำเข้าปรับตัวลง 0.3% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนเม.ย.

-- สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันนี้ ทางการจีนเตรียมรายงานตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนพ.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. และยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. เวลา 09.00 น. ตามเวลาไทย ต่อด้วยยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเดือนพ.ค. เวลา 16.00 น.

ส่วนสหรัฐมีกำหนดรายงานยอดค้าปลีกเดือนพ.ค. เวลา 19.30 น. ต่อด้วยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. เวลา 20.15 น. ตามมาด้วยสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย. เวลา 21.00 น.

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq29/3002571
แชร์กระทู้นี้
kittikom
14 มิถุนายน 2019, 10:52:14 น.
(Jun 14) ผลการสำรวจพบว่า นักวิชาการคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมเดือน ก.ค. : สำนักข่าว Wall Street Journal ได้สำรวจความเห็นของนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 46 รายต่อแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งผลการสำรวจพบว่า คาดการณ์ของนักวิชาการสอดคล้องกับ Market-implied expectation โดยที่ส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมเดือน ก.ค.

จากแบบสำรวจนี้ นักวิชาการร้อยละ 40 และร้อยละ 30 คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. และเดือน ก.ย. ตามลำดับ ขณะที่มีเพียงร้อยละ 3 ที่คาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 18-19 มิ.ย. นี้ ซึ่งสอดคล้องกับความน่าจะเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คำนวณจากราคาของ Fed Fund Futures ที่แสดงถึงความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. ที่ร้อยละ 86

ขณะที่ความน่าจะเป็นของการประชุมเดือน มิ.ย. อยู่ที่ร้อยละ 22.5 ทั้งนี้ นักวิชาการส่วนใหญ่มองว่า เหตุผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ คือ เพื่อรองรับในกรณีที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมายนานกว่าที่คาด (insurance cut) ทั้งยังเห็นว่ามีความเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากสงครามการค้าที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววันนี้

นอกจากนี้ การให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการ FOMC ในช่วงเดือนที่ผ่านมายังแสดงถึงการที่ Fed พร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงมากกว่าที่คาด

Source: BOTSS
kittikom Hero Member กระทู้: 595
(Jun 14) ผลการสำรวจพบว่า นักวิชาการคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมเดือน ก.ค. : สำนักข่าว Wall Street Journal ได้สำรวจความเห็นของนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 46 รายต่อแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งผลการสำรวจพบว่า คาดการณ์ของนักวิชาการสอดคล้องกับ Market-implied expectation โดยที่ส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมเดือน ก.ค.

จากแบบสำรวจนี้ นักวิชาการร้อยละ 40 และร้อยละ 30 คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. และเดือน ก.ย. ตามลำดับ ขณะที่มีเพียงร้อยละ 3 ที่คาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 18-19 มิ.ย. นี้ ซึ่งสอดคล้องกับความน่าจะเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คำนวณจากราคาของ Fed Fund Futures ที่แสดงถึงความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ค. ที่ร้อยละ 86

ขณะที่ความน่าจะเป็นของการประชุมเดือน มิ.ย. อยู่ที่ร้อยละ 22.5 ทั้งนี้ นักวิชาการส่วนใหญ่มองว่า เหตุผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ คือ เพื่อรองรับในกรณีที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมายนานกว่าที่คาด (insurance cut) ทั้งยังเห็นว่ามีความเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากสงครามการค้าที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววันนี้

นอกจากนี้ การให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการ FOMC ในช่วงเดือนที่ผ่านมายังแสดงถึงการที่ Fed พร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงมากกว่าที่คาด

Source: BOTSS
kittikom
14 มิถุนายน 2019, 20:22:24 น.
สกุลเงินที่ปลอดภัยอย่าง JPY และ USD ยังคงได้รับชัยชนะต่อเนื่องท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดของการซื้อขายที่เพิ่มมากขึ้นในสัปดาห์นี้ JPY มีผลงานที่ดีกว่า USD หลังจากที่มีรายงานตัวเลขในภาคแรงงานที่ปรับตัวลงเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงตัวเลขในภาคการผลิตที่ไม่ดีนักในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มแรงกดดันขาลงให้แก่ USD นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีหน้าจะมีการประชุมนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ FOMC ซึ่งได้รับการจับตามองอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนักลงทุนต้องการทราบความคิดเห็นของ Fed ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้คาดหวังให้ลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยสรุปแล้ว USD อาจจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงก่อนการประชุม FOMC และ JPY อาจจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดทางการค้า

ในสัปดาห์นี้ AUD ยังคงมีการเคลื่อนไหวย่ำแย่ที่สุดในบรรดาสกุลเงินคอมโมดิตี้อื่นๆ หลังจากที่ประสบกับความผิดหวังต่อตัวเลขอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากที่อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงถึง 3 ครั้งในปีนี้ ส่วนสกุลเงิน NZD อ่อนค่าลงในช่วงเช้าที่ผ่านมาจากตัวเลขในภาคการผลิตที่น่าผิดหวัง เนื่องจากอัตราการเติบโตในเดือนพฤษภาคมที่ช้าที่สุดในรอบกว่า 6 ปี ซึ่งยังคงอยู่ในแดนที่แทบจะไม่ขยายตัว สกุลเงิน AUD และ NZD อาจจะลดการขาดทุนของพวกเขาได้ หากตัวเลขยอดค้าปลีกและตัวเลขของภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีนพุ่งสูงขึ้นเหนือความคาดหมายจากที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ความต้องการในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นด้วย สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมนโยบายทางการเงินและดัชนี PMI ของออสเตรเลีย ซึ่งอาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนการประกาศข้อมูล GDP ของนิวซีแลนด์จะให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจ ทางด้านสกุลเงิน CAD ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่เกิดขึ้นจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำในอ่าวโอมาน และในสัปดาห์ถัดไปจะมีการประกาศข้อมูลดัชนี CPI และตัวเลขยอดค้าปลีกของแคนาดาซึ่งอาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจล่าสุด

เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นในสัปดาห์นี้จากตัวเลขของตลาดแรงงานที่ประกาศออกมาในวันอังคาร โดยมีตัวเลขแข็งแกร่งขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และปรับตัวลดลงเล็กน้อยในเวลาต่อมาเนื่องจากตลาดมุ่งเน้นไปที่ความวุ่นวายของ Brexit ซึ่งจะยังคงครอบงำการเคลื่อนไหวของสกุลเงินนี้อยู่ และจากผลของการคัดเลือกผู้นำประเทศในรอบแรก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นาย Boris Johnson จะพลาดโอกาสในการที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เว้นเสียแต่ว่าเขาจะทำสิ่งที่เลวร้ายอย่างใหญ่หลวงเท่านั้น และสิ่งที่จะต้องคำนึงต่อไปในอนาคตก็คือ นาย Boris Johnson ตั้งใจที่จะจัดการกับ Brexit อย่างไร: ความไม่มั่นคงนี้อาจจะทำให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าอย่างมากในวันและสัปดาห์ที่จะมาถึง โดย IMF กล่าวว่าการคาดการณ์ในเขตยูโรโซนนั้นมีความ “ไม่แน่นอน” โดยอ้างถึงความตึงเครียดทางการค้าและ Brexit ซึ่งความคิดเห็นของ IMF นำความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคกลับมาอีกครั้ง และสกุลเงิน EUR อาจจะอ่อนค่าลงก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขดัชนี PMI ในสัปดาห์หน้า

คำเตือนความเสี่ยงทั่วไป: การเผยแพร่บทวิเคราะห์นี้เป็นการสื่อสารการตลาดและไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนหรือผลวิจัยใดๆ เนื้อหาที่นำเสนอเป็นมุมมองทั่วไปของผู้เชี่ยวชาญของเรา โดยมิได้พิจารณาสถานการณ์เฉพาะของผู้อ่านแต่ละคน ไม่ว่าประสบการณ์ด้านการลงทุนหรือสถานะทางการเงิน บทวิเคราะห์นี้มิได้จัดทำขึ้นโดยอิงการศึกษาเพื่อการลงทุนรายบุคคลตามข้อกำหนดของกฎหมาย ก่อนการเผยแพร่ข้อมูลนี้ Exness มิได้ถูกจำกัดด้วยข้อห้ามใดๆ ในการซื้อขาย ผู้อ่านต้องคำนึงว่าอาจเกิดการขาดทุนขึ้นได้ Exness ไม่รับผิดชอบหากเกิดการขาดทุนหรือความเสียหายใดๆ จากการใช้ข้อมูลหรือบทวิเคราะห์นี้ #forex #analysis
kittikom Hero Member กระทู้: 595
สกุลเงินที่ปลอดภัยอย่าง JPY และ USD ยังคงได้รับชัยชนะต่อเนื่องท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดของการซื้อขายที่เพิ่มมากขึ้นในสัปดาห์นี้ JPY มีผลงานที่ดีกว่า USD หลังจากที่มีรายงานตัวเลขในภาคแรงงานที่ปรับตัวลงเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงตัวเลขในภาคการผลิตที่ไม่ดีนักในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มแรงกดดันขาลงให้แก่ USD นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีหน้าจะมีการประชุมนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ FOMC ซึ่งได้รับการจับตามองอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนักลงทุนต้องการทราบความคิดเห็นของ Fed ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้คาดหวังให้ลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยสรุปแล้ว USD อาจจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงก่อนการประชุม FOMC และ JPY อาจจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดทางการค้า

ในสัปดาห์นี้ AUD ยังคงมีการเคลื่อนไหวย่ำแย่ที่สุดในบรรดาสกุลเงินคอมโมดิตี้อื่นๆ หลังจากที่ประสบกับความผิดหวังต่อตัวเลขอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากที่อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงถึง 3 ครั้งในปีนี้ ส่วนสกุลเงิน NZD อ่อนค่าลงในช่วงเช้าที่ผ่านมาจากตัวเลขในภาคการผลิตที่น่าผิดหวัง เนื่องจากอัตราการเติบโตในเดือนพฤษภาคมที่ช้าที่สุดในรอบกว่า 6 ปี ซึ่งยังคงอยู่ในแดนที่แทบจะไม่ขยายตัว สกุลเงิน AUD และ NZD อาจจะลดการขาดทุนของพวกเขาได้ หากตัวเลขยอดค้าปลีกและตัวเลขของภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีนพุ่งสูงขึ้นเหนือความคาดหมายจากที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ความต้องการในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นด้วย สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมนโยบายทางการเงินและดัชนี PMI ของออสเตรเลีย ซึ่งอาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่วนการประกาศข้อมูล GDP ของนิวซีแลนด์จะให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจ ทางด้านสกุลเงิน CAD ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่เกิดขึ้นจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำในอ่าวโอมาน และในสัปดาห์ถัดไปจะมีการประกาศข้อมูลดัชนี CPI และตัวเลขยอดค้าปลีกของแคนาดาซึ่งอาจจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจล่าสุด

เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นในสัปดาห์นี้จากตัวเลขของตลาดแรงงานที่ประกาศออกมาในวันอังคาร โดยมีตัวเลขแข็งแกร่งขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และปรับตัวลดลงเล็กน้อยในเวลาต่อมาเนื่องจากตลาดมุ่งเน้นไปที่ความวุ่นวายของ Brexit ซึ่งจะยังคงครอบงำการเคลื่อนไหวของสกุลเงินนี้อยู่ และจากผลของการคัดเลือกผู้นำประเทศในรอบแรก แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นาย Boris Johnson จะพลาดโอกาสในการที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เว้นเสียแต่ว่าเขาจะทำสิ่งที่เลวร้ายอย่างใหญ่หลวงเท่านั้น และสิ่งที่จะต้องคำนึงต่อไปในอนาคตก็คือ นาย Boris Johnson ตั้งใจที่จะจัดการกับ Brexit อย่างไร: ความไม่มั่นคงนี้อาจจะทำให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าอย่างมากในวันและสัปดาห์ที่จะมาถึง โดย IMF กล่าวว่าการคาดการณ์ในเขตยูโรโซนนั้นมีความ “ไม่แน่นอน” โดยอ้างถึงความตึงเครียดทางการค้าและ Brexit ซึ่งความคิดเห็นของ IMF นำความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคกลับมาอีกครั้ง และสกุลเงิน EUR อาจจะอ่อนค่าลงก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขดัชนี PMI ในสัปดาห์หน้า

คำเตือนความเสี่ยงทั่วไป: การเผยแพร่บทวิเคราะห์นี้เป็นการสื่อสารการตลาดและไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนหรือผลวิจัยใดๆ เนื้อหาที่นำเสนอเป็นมุมมองทั่วไปของผู้เชี่ยวชาญของเรา โดยมิได้พิจารณาสถานการณ์เฉพาะของผู้อ่านแต่ละคน ไม่ว่าประสบการณ์ด้านการลงทุนหรือสถานะทางการเงิน บทวิเคราะห์นี้มิได้จัดทำขึ้นโดยอิงการศึกษาเพื่อการลงทุนรายบุคคลตามข้อกำหนดของกฎหมาย ก่อนการเผยแพร่ข้อมูลนี้ Exness มิได้ถูกจำกัดด้วยข้อห้ามใดๆ ในการซื้อขาย ผู้อ่านต้องคำนึงว่าอาจเกิดการขาดทุนขึ้นได้ Exness ไม่รับผิดชอบหากเกิดการขาดทุนหรือความเสียหายใดๆ จากการใช้ข้อมูลหรือบทวิเคราะห์นี้ #forex #analysis
1

Navigation



Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้
banner
FBS